มือถือและอุปกรณ์ · เริ่มต้น · ประมาณ 8 นาที
เจอ USB ไม่รู้ที่มา อย่าเสียบ ส่งไอที
แฟลชไดรฟ์ที่ "ตกหล่น" สายชาร์จแปลกหน้า และไดรฟ์งานที่หาย คือประตูที่หลายคนเปิดให้คนร้ายเองด้วยความหวังดี
จำภาพนี้ภาพเดียว
USB ไม่รู้ที่มา ไม่เสียบ ส่งให้ฝ่ายไอที
- ไม่เสียบ USB แปลก
- เข้ารหัสไดรฟ์งาน
- ชาร์จจากปลั๊กผนัง
สรุปสั้น
สรุปใน 3 บรรทัด
- คนร้ายใช้ USB ที่ทิ้งไว้ล่อหรือส่งมาทางไปรษณีย์ เพราะคนจำนวนมากเสียบด้วยความอยากรู้หรืออยากหาเจ้าของ และ USB บางอันเครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ดที่สั่งงานเองได้ [17][9][26]
- USB ที่ไม่รู้ที่มาให้ส่งฝ่ายไอทีโดยไม่เสียบ ส่วนไฟล์งานให้รับส่งผ่านช่องทางแชร์ไฟล์ขององค์กร และใช้ไดรฟ์ที่องค์กรออกให้ซึ่งเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ [8][12][13]
- ไดรฟ์งานหายให้แจ้งทันที ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรมีกรอบแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล [13][6][7]
ทำสิ่งนี้ตอนนี้
- ถามฝ่ายไอทีวันนี้ว่า "ถ้าเจอ USB ไม่รู้ที่มา หรือไดรฟ์งานหาย ต้องแจ้งใคร ทางไหน" แล้วบันทึกช่องทางนั้นไว้ [8][13]
- ตรวจว่าไดรฟ์ USB ที่ใช้กับงานเข้ารหัสไว้หรือยัง เพราะการเข้ารหัสอัตโนมัติของคอมพิวเตอร์บางระบบไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB [20][13]
- ใส่หัวชาร์จและสายชาร์จของตัวเองไว้ในกระเป๋า เพื่อชาร์จจากปลั๊กผนังหรือพาวเวอร์แบงก์แทนพอร์ต USB สาธารณะ [4][25]
1 ลองคิด
ถ้าคุณเจอแฟลชไดรฟ์ตกอยู่ที่ลานจอดรถของออฟฟิศ มีสติกเกอร์เขียนว่า "เงินเดือน 2569 ลับ" คุณจะเสียบดูเพื่อหาเจ้าของไหม
คนส่วนใหญ่ที่เสียบก็คิดแบบเดียวกัน ทางที่ปลอดภัยคือไม่เสียบกับเครื่องไหนเลย แล้วส่งให้ฝ่ายไอทีหรือเจ้าหน้าที่
ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ
2 ดูสัญญาณ
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร
แฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และสายชาร์จ เป็นของใช้ทุกวันที่เราไว้ใจ แต่ของที่เสียบเข้าเครื่องคุยกับเครื่องได้มากกว่าที่ตาเห็น บทนี้พูดถึงสามเรื่อง คือ USB ที่คนร้ายใช้ล่อ จุดชาร์จสาธารณะ และไดรฟ์งานที่หาย CISA หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ เตือนว่ามัลแวร์บางชนิดคัดลอกตัวเองลงไดรฟ์ที่เสียบ เพื่อไปติดเครื่องถัดไป [8]
กลโกงที่รู้จักกันดีคือ "ทิ้ง USB ล่อ" (USB baiting) คนร้ายวางไดรฟ์ไว้ในลานจอดรถหรือทางเดิน ติดป้ายชวนอยากรู้ เช่น "ลับ" หรือ "ข้อสอบ" [17] งานทดลองของนักวิจัยมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์ปี 2016 ทิ้งไดรฟ์ 297 อันในมหาวิทยาลัย พบว่า 290 อัน (98%) ถูกเก็บไป และมีการเปิดไฟล์บนไดรฟ์ 135 อัน (45%) [17] อีกรูปแบบคือส่งทางไปรษณีย์ สื่อรายงานเมื่อ ม.ค. 2565 ว่า FBI เตือนบริษัทในสหรัฐฯ เรื่องพัสดุที่มี USB พร้อมบัตรของขวัญปลอม เพื่อวางแรนซัมแวร์ [26]
USB แบบนี้อันตรายได้สองทาง ทางแรกคืออุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนแฟลชไดรฟ์ แต่เครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ดที่พิมพ์คำสั่งเองได้ [9] จึงอาจทำงานได้แม้องค์กรปิดการใช้แฟลชไดรฟ์ไว้ [26] ทางที่สองคือเวิร์มทาง USB ThaiCERT รายงานเมื่อ 17 ก.ย. 2568 ถึงเวิร์มชื่อ SnakeDisk ที่ตั้งให้ทำงานเฉพาะเครื่องในประเทศไทย มันซ่อนไฟล์เดิมในไดรฟ์ แล้ววางไฟล์โปรแกรมหลอกให้กดเปิด ก่อนติดตั้งแบ็กดอร์ (ช่องทางลับให้คนร้ายกลับเข้าเครื่องได้) [1] สกมช. ก็ออกเอกสารแจ้งเตือนเรื่องนี้เมื่อ ต.ค. 2568 [2]
ลองนึกภาพว่าคนแปลกหน้ายื่นซองปิดผนึกให้ แล้วขอว่า "ช่วยเอาไปเปิดที่โต๊ะทำงานคุณหน่อย" คุณคงลังเล USB ที่ไม่รู้ที่มาก็คือซองแบบนั้น แค่มันเล็กและดูไม่มีพิษภัย ส่วนตู้ชาร์จสาธารณะ ความเสี่ยงที่เรียกว่า juice jacking มีงานวิจัยแสดงว่าทำได้ในห้องทดลอง [22] แต่ยังไม่มีรายงานสาธารณะว่าพบในโลกจริง [25] จึงควรรู้ไว้แบบไม่ตื่นตูม เพราะป้องกันได้ง่ายมาก
ดูกลโกงทีละขั้น
กดตัวเลขด้านบน ปุ่มลูกศร หรือ "เล่นอัตโนมัติ" หน้าจอทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ
สัญญาณเตือน
- เจอ USB หรือการ์ดหน่วยความจำ "ตกหล่น" ในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมป้ายชวนอยากรู้ เช่น ลับ เงินเดือน ข้อสอบ [17][8]
- ได้รับ USB ทางไปรษณีย์โดยไม่ได้สั่ง มากับบัตรของขวัญหรือจดหมายอ้างร้านค้าหรือหน่วยงาน [26]
- เสียบแฟลชไดรฟ์แล้วเครื่องแจ้งว่าพบ "คีย์บอร์ด" ใหม่ หรือมีหน้าต่างเด้งขึ้นเอง [9][26]
- ในไดรฟ์มีไฟล์โปรแกรมหรือทางลัดที่ตั้งชื่อเหมือนเอกสารหรือโฟลเดอร์ ขณะที่ไฟล์เดิม "หายไป" [1][19]
- เสียบชาร์จมือถือแล้วเครื่องถามว่า "เชื่อถือคอมพิวเตอร์นี้ไหม" แทนที่จะชาร์จเฉย ๆ [4][22]
- สายชาร์จที่วางทิ้งไว้ หรือแจกฟรีโดยไม่รู้ที่มา [25]
สัญญาณที่ชัดที่สุดมีข้อเดียว ถ้าไม่รู้ว่าอุปกรณ์มาจากไหนและใครเป็นเจ้าของ นั่นคือเหตุผลพอที่จะไม่เสียบเข้าเครื่องงาน [10]
ของจริง หรือของปลอม
อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย จุดที่ควรสังเกตจะมีหมุดตัวเลขชี้ให้ดู
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
อีเมลตามพัสดุ "ของขวัญขอบคุณ"
ของขวัญขอบคุณลูกค้า บัตรของขวัญ 500 บาท + USB รายการสินค้า
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ช็อปดีมาร์ท <gift@shopdee-gift.example>
ปลอม
ของขวัญขอบคุณลูกค้า บัตรของขวัญ 500 บาท + USB รายการสินค้า
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ช็อปดีมาร์ท <gift@shopdee-gift.example>
- ส่ง USB มากับบัตรของขวัญแล้วให้เสียบเครื่องที่ทำงาน คือรูปแบบเดียวกับที่ FBI เคยเตือนว่าใช้วางแรนซัมแวร์ [26]
- USB อันตรายบางชนิดทำให้เครื่องเห็นเป็นคีย์บอร์ดใหม่ การบอกล่วงหน้าว่า "ไม่ต้องตกใจ" คือการปูทางให้คุณมองข้ามสัญญาณนี้ [9][26]
- ไม่ได้สั่ง และไม่รู้จักผู้ส่ง สื่อจากแหล่งที่องค์กรไม่ได้อนุมัติถือว่าไม่น่าเชื่อถือ ส่งให้ไอทีตรวจ [12][8]
โพสต์แจก "สายชาร์จเร็วฟรี"
ชาร์จไว แจกจริง
แจกสายชาร์จเร็วฟรี 100 เส้น ไม่ต้องจ่ายค่าส่ง เสียบแล้วถ้ามือถือถามว่าเชื่อถืออุปกรณ์นี้ไหม ให้กด เชื่อถือ จะชาร์จไวขึ้น 2 เท่า
ปลอม
ชาร์จไว แจกจริง
แจกสายชาร์จเร็วฟรี 100 เส้น ไม่ต้องจ่ายค่าส่ง เสียบแล้วถ้ามือถือถามว่าเชื่อถืออุปกรณ์นี้ไหม ให้กด เชื่อถือ จะชาร์จไวขึ้น 2 เท่า
อีเมลประกาศจากฝ่ายไอทีของบริษัท
พบ USB ไม่ทราบเจ้าของ โปรดส่งห้องไอที ชั้น 3
ฝ่ายไอที <it@fahsai-logistics.example>
ของจริง (หรือทำแบบนี้ได้)
พบ USB ไม่ทราบเจ้าของ โปรดส่งห้องไอที ชั้น 3
ฝ่ายไอที <it@fahsai-logistics.example>
3 ลองเลือก
สถานการณ์จำลอง เพื่อนร่วมงานเจอ USB ที่ลานจอดรถ
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
คุณทำงานฝ่ายธุรการ เช้าวันจันทร์ เพื่อนร่วมงานทักแชตมาเรื่อง USB ที่เพิ่งเก็บได้ ลองเลือกคำตอบที่คุณจะพิมพ์จริง ๆ ชื่อทุกชื่อในนี้เป็นเรื่องสมมติ
ก้อย (ฝ่ายบัญชี) ผ่านแชตงาน
แชทเข้า
ลองตอบ
4 วิธีรับมือ
วิธีป้องกัน
USB ที่ไม่รู้ที่มา ไม่เสียบ ส่งไอที CISA แนะนำให้ส่งไดรฟ์ที่เก็บได้ให้ฝ่ายความปลอดภัยหรือฝ่ายไอที ไม่ลองเสียบเอง แม้เป็นเครื่องเก่า [8][17] NIST แนะนำให้องค์กรห้ามใช้อุปกรณ์พกพาที่ไม่มีเจ้าของระบุตัวได้กับระบบงาน [10]
ใช้เฉพาะไดรฟ์ที่องค์กรออกให้ และเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ ไดรฟ์งานควรมีเจ้าของชัดเจนและลงทะเบียนไว้ ไม่ใช้ปนกับเรื่องส่วนตัว [12][13][8] การเข้ารหัสทำให้คนที่เก็บไดรฟ์ที่หายไปได้เปิดอ่านข้อมูลไม่ได้ [11] ควรเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ เพราะการเข้ารหัสทีละไฟล์อาจทิ้งสำเนาที่ไม่ได้เข้ารหัสไว้ [13] และระบบเข้ารหัสอัตโนมัติของ Windows ไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB ต้องตั้งแยก [20]
สแกนก่อนใช้ และให้ไอทีตั้งค่าเครื่อง ThaiCERT แนะนำให้สแกนสื่อถอดได้ด้วยแอนติไวรัสที่อัปเดตก่อนใช้ [1] ฝ่ายไอทีควรปิดพอร์ตที่ไม่จำเป็น อนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่รู้จัก มีนโยบายสื่อถอดได้ และอบรมพนักงาน [9][13]
รับส่งไฟล์ผ่านช่องทางขององค์กร ใช้ลิงก์แชร์ไฟล์หรือคลาวด์ที่องค์กรอนุมัติแทนการรับ USB ถ้าจำเป็นต้องรับ ให้ส่งไอทีตรวจก่อน [9][12]
ชาร์จมือถือแบบไม่ต้องกังวล ใช้หัวชาร์จของตัวเองเสียบปลั๊กผนัง หรือพาวเวอร์แบงก์ หรือใช้ตัวกั้นข้อมูล (USB data blocker) ที่ให้ผ่านแค่ไฟ [4][9][25] ถ้ามือถือถามให้เชื่อถือ ให้เลือกไม่เชื่อถือหรือชาร์จอย่างเดียว และอัปเดตระบบเสมอ [4] คำขอจับคู่ Bluetooth จากอุปกรณ์แปลกหน้าก็ใช้หลักเดียวกัน คือไม่ยอมรับ [14]
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน
- ถอด USB ออกทันที ไม่เปิดไฟล์เพิ่ม แล้วถอดสาย LAN หรือปิด Wi-Fi
- แจ้งฝ่ายไอทีทันที พร้อมส่งตัว USB ให้ตรวจ อย่าฟอร์แมตหรือทิ้งเอง [8]
- ให้ไอทีตรวจเครื่อง แล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน จากอุปกรณ์อื่นที่ปลอดภัย เพราะมัลแวร์ทาง USB หลายตัวมุ่งขโมยข้อมูลหรือวางแบ็กดอร์ [1][18]
- ถ้าไดรฟ์งานหาย แจ้งหัวหน้า ฝ่ายไอที และ DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ทันที บอกว่ามีข้อมูลอะไรและเข้ารหัสไว้หรือไม่ [13]
- ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยง และแจ้งเจ้าของข้อมูลถ้าเสี่ยงสูง [6][7] ยิ่งคุณรายงานเร็ว องค์กรยิ่งทำทัน
- ถ้ากด "เชื่อถือ" ที่จุดชาร์จไปแล้ว ถอดสาย อัปเดตระบบ ตรวจแอปที่ไม่รู้จัก และเฝ้าดูบัญชีธนาคาร ถ้าเห็นรายการผิดปกติให้แจ้งธนาคารทันที [4][27]
การเสียบผิดอันหรือทำไดรฟ์หายเกิดได้กับทุกคน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือบอกเร็วและบอกตามจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เสียบ "เพื่อหาเจ้าของ" ในงานทดลองปี 2016 ผู้ตอบแบบสอบถาม 68% เสียบด้วยเหตุผลนี้ [17]
- คิดว่าปิดการใช้แฟลชไดรฟ์หรือปิด AutoRun แล้วพอ อุปกรณ์ที่ปลอมเป็นคีย์บอร์ดยังทำงานได้ และเวิร์มยุคหลังหลอกให้คุณกดเปิดเอง [26][19][1]
- เข้าใจว่าคอมพิวเตอร์เข้ารหัสแล้ว USB ก็ปลอดภัยด้วย การเข้ารหัสอัตโนมัติบางระบบไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB [20]
- พกไดรฟ์งานไปเสียบเครื่องสาธารณะ Mandiant บริษัทความปลอดภัยรายหนึ่ง พบว่าร้านพิมพ์เอกสารและโรงแรมเป็นจุดที่ไดรฟ์ติดเชื้อบ่อย [18]
- กลัวโดนว่าเลยไม่รายงานว่าไดรฟ์หาย ทำให้องค์กรเสี่ยงทำไม่ทันกรอบ 72 ชั่วโมง [6][7]
- กลัวสายชาร์จจนลืมภัยที่พบบ่อยกว่า ผู้เชี่ยวชาญไทยระบุว่าความเสียหายที่พบมักมาจากแอปหรือลิงก์อันตราย [27]
ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน
ที่บ้าน พกหัวชาร์จและสายของตัวเองเป็นนิสัย [4] บอกลูกหลานว่าถ้าเจอ USB ที่โรงเรียน ให้ส่งครู ไม่เอามาเสียบเครื่องที่บ้าน [8] รูปสำคัญของครอบครัวที่เก็บใน USB ควรมีสำเนาสำรองอีกที่หนึ่ง [8]
ที่ทำงาน ถ้าลูกค้ายื่น USB ที่เพิ่งพิมพ์งานจากร้านถ่ายเอกสารให้ ตอบว่า "รบกวนส่งผ่านลิงก์แชร์ไฟล์ของบริษัทแทนได้ไหมครับ ตามนโยบายไอที" ส่วนไฟล์ที่ต้องพกไปเอง เก็บในไดรฟ์ที่บริษัทออกให้และเข้ารหัสไว้ [9][12][13] เมื่อ มิ.ย. 2565 ผู้รับจ้างของเมืองหนึ่งในญี่ปุ่นทำ USB ที่มีข้อมูลผู้อยู่อาศัยราว 460,000 คนหาย INCIBE-CERT ของสเปนรายงานว่ายังไม่พบข้อมูลรั่ว น่าจะเพราะไดรฟ์เข้ารหัสไว้ [16]
ในมหาวิทยาลัยและระหว่างเดินทาง สแกนไดรฟ์ทุกครั้งหลังใช้ร้านพิมพ์ ถ้าไฟล์เดิมหายแต่มีไฟล์โปรแกรมแปลกโผล่มา อย่ากดเปิด [1][18] ที่สนามบินหรือโรงแรม เลือกปลั๊กผนังแทนพอร์ต USB สาธารณะ [4]
ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
- juice jacking มีจริงแค่ไหน FBI สาขาเดนเวอร์เคยเตือนเมื่อ เม.ย. 2566 ให้เลี่ยงจุดชาร์จฟรี แต่ระบุภายหลังว่าเป็นคำเตือนทั่วไป ไม่ได้มาจากเหตุการณ์เฉพาะ [25] ผลค้นหาระบุว่าหน้าเว็บ FCC เคยเขียนว่าไม่ทราบกรณีที่ยืนยันแล้ว แต่ปัจจุบันหน้านั้นถูกปิด [15] ผู้เชี่ยวชาญไทยว่ายังไม่เคยเกิดในไทย [27] ขณะที่งานวิจัย ChoiceJacking (USENIX Security 2025) แสดงในห้องทดลองว่าที่ชาร์จดัดแปลงหลบหน้าต่างถามสิทธิ์ได้ ในอุปกรณ์จากทั้ง 8 ผู้ผลิตที่ทดสอบ และผู้ผลิตกำลังแก้ไข [22] สรุปคือ ความเสี่ยงต่ำ แต่ป้องกันง่าย จึงควรทำ
- ผลการทดลองทิ้ง USB มาจากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในสหรัฐฯ (ตีพิมพ์ 2016) ตัวเลขในที่ทำงานไทยอาจต่างไป แต่บทเรียนว่า "คนเสียบเพราะหวังดี" ยังใช้ได้ [17]
- ตัวเลขจากบริษัทความปลอดภัย ข้อมูลของผู้ขายรายหนึ่ง (Honeywell) ปี 2567 ระบุว่า 51% ของมัลแวร์ที่ผลิตภัณฑ์ของตนตรวจพบออกแบบให้ใช้ผ่าน USB แต่มาจากโรงงานที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ใช่ภาพรวมทั่วโลก [21] ส่วน Mandiant รายงานว่าการโจมตีด้วย USB เพื่อขโมยข้อมูลเพิ่มขึ้น 3 เท่าในครึ่งแรกปี 2566 แต่นับเฉพาะลูกค้าของตน [18]
- AutoRun Microsoft ระบุว่าปิดเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว แต่หลายองค์กรเปิดกลับผ่านการตั้งค่าเก่า การปิด AutoRun จึงช่วยได้แต่ไม่พอ [19][1]
5 จำให้ได้
ทำได้วันนี้
ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น
ประโยคจำง่าย
เจอ USB ไม่รู้ที่มา ส่งไอทีอย่าลองเสียบ
ชาร์จจากปลั๊กผนัง ไม่กดเชื่อถือ
เข้ารหัสไว้ก่อนหาย หายแล้วรีบแจ้ง
คำศัพท์ในบทนี้
- สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ (removable media)
- แฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และการ์ดหน่วยความจำที่ถอดไปเสียบเครื่องอื่นได้ องค์กรควรกำหนดว่าใช้ชนิดไหนได้ ลงทะเบียนไว้ และให้รายงานเมื่อหายหรือถูกขโมย [13]
- USB ล่อให้เก็บ (USB baiting)
- การทิ้ง USB ไว้ในที่ที่คนเดินผ่าน เช่น ลานจอดรถหรือทางเดิน มักติดป้ายชวนอยากรู้ หวังให้มีคนเก็บไปเสียบเครื่อง [17]
- อุปกรณ์ปลอมตัวเป็นคีย์บอร์ด (HID)
- อุปกรณ์ USB ที่หน้าตาเหมือนแฟลชไดรฟ์ แต่เครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ด จึงพิมพ์คำสั่งเองได้ และอาจทำงานได้แม้องค์กรปิดการใช้แฟลชไดรฟ์ไว้ [9][26]
- เวิร์มทาง USB (USB worm)
- มัลแวร์ที่คัดลอกตัวเองลงไดรฟ์ที่เสียบอยู่ เพื่อไปติดเครื่องถัดไปที่ไดรฟ์นั้นถูกเสียบ [8][1]
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานล่าสุด 29 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง
- Mustang Panda Deploys SnakeDisk Malware to Target Thai IPs and Deliver Yokai Backdoor
- เอกสารแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ (รายการ APT Mustang Panda ติดตั้ง Snake Disk USB Worm เจาะจง IP ในประเทศไทย ก่อนติดตั้ง Yokai Backdoor)
- New Research Uncovers "Choicejacking" Attack That Steals Data from Phones via Public Chargers
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก)
- คอลัมน์ว่าด้วยมาตรา 37 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรการความปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิด)
- Using Caution with USB Drives
- Device security guidance: Using peripherals securely
- NIST SP 800-53 Rev. 5 — MP-7 Media Use
- SP 800-111 Guide to Storage Encryption Technologies for End User Devices
- SP 1334 Reducing the Cybersecurity Risks of Portable Storage Media in OT Environments
- Information security manual — Guidelines for media (September 2026)
- SP 800-121 Rev. 2 (update 1) Guide to Bluetooth Security
- What is 'Juice Jacking' and Tips to Avoid It
- Japanese municipal contractor loses flash drive containing personal data of nearly half a million residents
- Users Really Do Plug in USB Drives They Find
- The Spies Who Loved You: Infected USB Drives to Steal Secrets
- Raspberry Robin worm part of larger ecosystem facilitating pre-ransomware activity
- BitLocker Overview
- Honeywell Report Reveals 'Silent Residency' Is Driving Escalating Cyber Threat (2024 USB Threat Report press release)
- ChoiceJacking: Compromising Mobile Devices through Malicious Chargers like a Decade ago
- Why is 'Juice Jacking' Suddenly Back in the News?
- FBI: Hackers target US defense firms with malicious USB packages
- หาคำตอบ "สายชาร์จโทรศัพท์" ขโมยข้อมูล-ดูดเงินได้หรือไม่
คำแนะนำหลักมาจากหน่วยงานรัฐและมาตรฐานหลายแห่งที่ตรงกัน แต่หลักฐานเฉพาะในไทยยังน้อย และเรื่องจุดชาร์จสาธารณะยังเป็นผลงานวิจัยมากกว่าเหตุที่ยืนยันแล้ว บทนี้จึงสอนเรื่องนี้แบบไม่ขู่เกินจริง
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา