มือถือและอุปกรณ์ · เริ่มต้น · ประมาณ 8 นาที

เจอ USB ไม่รู้ที่มา อย่าเสียบ ส่งไอที

แฟลชไดรฟ์ที่ "ตกหล่น" สายชาร์จแปลกหน้า และไดรฟ์งานที่หาย คือประตูที่หลายคนเปิดให้คนร้ายเองด้วยความหวังดี

0/5

เปิดโหมดสอน (สไลด์เต็มจอ)

จำภาพนี้ภาพเดียว

USB ไม่รู้ที่มา ไม่เสียบ ส่งให้ฝ่ายไอที

  • ไม่เสียบ USB แปลก
  • เข้ารหัสไดรฟ์งาน
  • ชาร์จจากปลั๊กผนัง
USB และสื่อบันทึกข้อมูล · IT Select Lab

สรุปสั้น

สรุปใน 3 บรรทัด

  1. คนร้ายใช้ USB ที่ทิ้งไว้ล่อหรือส่งมาทางไปรษณีย์ เพราะคนจำนวนมากเสียบด้วยความอยากรู้หรืออยากหาเจ้าของ และ USB บางอันเครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ดที่สั่งงานเองได้ [17][9][26]
  2. USB ที่ไม่รู้ที่มาให้ส่งฝ่ายไอทีโดยไม่เสียบ ส่วนไฟล์งานให้รับส่งผ่านช่องทางแชร์ไฟล์ขององค์กร และใช้ไดรฟ์ที่องค์กรออกให้ซึ่งเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ [8][12][13]
  3. ไดรฟ์งานหายให้แจ้งทันที ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรมีกรอบแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล [13][6][7]

ทำสิ่งนี้ตอนนี้

  • ถามฝ่ายไอทีวันนี้ว่า "ถ้าเจอ USB ไม่รู้ที่มา หรือไดรฟ์งานหาย ต้องแจ้งใคร ทางไหน" แล้วบันทึกช่องทางนั้นไว้ [8][13]
  • ตรวจว่าไดรฟ์ USB ที่ใช้กับงานเข้ารหัสไว้หรือยัง เพราะการเข้ารหัสอัตโนมัติของคอมพิวเตอร์บางระบบไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB [20][13]
  • ใส่หัวชาร์จและสายชาร์จของตัวเองไว้ในกระเป๋า เพื่อชาร์จจากปลั๊กผนังหรือพาวเวอร์แบงก์แทนพอร์ต USB สาธารณะ [4][25]

1 ลองคิด

ถ้าคุณเจอแฟลชไดรฟ์ตกอยู่ที่ลานจอดรถของออฟฟิศ มีสติกเกอร์เขียนว่า "เงินเดือน 2569 ลับ" คุณจะเสียบดูเพื่อหาเจ้าของไหม

คนส่วนใหญ่ที่เสียบก็คิดแบบเดียวกัน ทางที่ปลอดภัยคือไม่เสียบกับเครื่องไหนเลย แล้วส่งให้ฝ่ายไอทีหรือเจ้าหน้าที่

ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ

2 ดูสัญญาณ

เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร

แฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และสายชาร์จ เป็นของใช้ทุกวันที่เราไว้ใจ แต่ของที่เสียบเข้าเครื่องคุยกับเครื่องได้มากกว่าที่ตาเห็น บทนี้พูดถึงสามเรื่อง คือ USB ที่คนร้ายใช้ล่อ จุดชาร์จสาธารณะ และไดรฟ์งานที่หาย CISA หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ เตือนว่ามัลแวร์บางชนิดคัดลอกตัวเองลงไดรฟ์ที่เสียบ เพื่อไปติดเครื่องถัดไป [8]

กลโกงที่รู้จักกันดีคือ "ทิ้ง USB ล่อ" (USB baiting) คนร้ายวางไดรฟ์ไว้ในลานจอดรถหรือทางเดิน ติดป้ายชวนอยากรู้ เช่น "ลับ" หรือ "ข้อสอบ" [17] งานทดลองของนักวิจัยมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์ปี 2016 ทิ้งไดรฟ์ 297 อันในมหาวิทยาลัย พบว่า 290 อัน (98%) ถูกเก็บไป และมีการเปิดไฟล์บนไดรฟ์ 135 อัน (45%) [17] อีกรูปแบบคือส่งทางไปรษณีย์ สื่อรายงานเมื่อ ม.ค. 2565 ว่า FBI เตือนบริษัทในสหรัฐฯ เรื่องพัสดุที่มี USB พร้อมบัตรของขวัญปลอม เพื่อวางแรนซัมแวร์ [26]

USB แบบนี้อันตรายได้สองทาง ทางแรกคืออุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนแฟลชไดรฟ์ แต่เครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ดที่พิมพ์คำสั่งเองได้ [9] จึงอาจทำงานได้แม้องค์กรปิดการใช้แฟลชไดรฟ์ไว้ [26] ทางที่สองคือเวิร์มทาง USB ThaiCERT รายงานเมื่อ 17 ก.ย. 2568 ถึงเวิร์มชื่อ SnakeDisk ที่ตั้งให้ทำงานเฉพาะเครื่องในประเทศไทย มันซ่อนไฟล์เดิมในไดรฟ์ แล้ววางไฟล์โปรแกรมหลอกให้กดเปิด ก่อนติดตั้งแบ็กดอร์ (ช่องทางลับให้คนร้ายกลับเข้าเครื่องได้) [1] สกมช. ก็ออกเอกสารแจ้งเตือนเรื่องนี้เมื่อ ต.ค. 2568 [2]

ลองนึกภาพว่าคนแปลกหน้ายื่นซองปิดผนึกให้ แล้วขอว่า "ช่วยเอาไปเปิดที่โต๊ะทำงานคุณหน่อย" คุณคงลังเล USB ที่ไม่รู้ที่มาก็คือซองแบบนั้น แค่มันเล็กและดูไม่มีพิษภัย ส่วนตู้ชาร์จสาธารณะ ความเสี่ยงที่เรียกว่า juice jacking มีงานวิจัยแสดงว่าทำได้ในห้องทดลอง [22] แต่ยังไม่มีรายงานสาธารณะว่าพบในโลกจริง [25] จึงควรรู้ไว้แบบไม่ตื่นตูม เพราะป้องกันได้ง่ายมาก

ดูกลโกงทีละขั้น

‹ก้อย (ฝ่ายบัญชี)
รูปถ่าย.jpgเจอ USB ที่ลานจอดรถ เขียนว่า เงินเดือน 2569 ลับ
ของใครหว่า ตกอยู่ข้างรถเลย

ขั้นที่ 1 จาก 5

USB "ตกหล่น" พร้อมป้ายชวนอยากรู้

มีคนทิ้งแฟลชไดรฟ์ไว้ในลานจอดรถ ล็อบบี้ หรือทางเดิน ติดป้ายที่ทำให้อยากรู้ เช่น "ลับ" "เงินเดือน" หรือ "ข้อสอบ" งานทดลองของนักวิจัยมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์ปี 2016 พบว่าไดรฟ์ที่ทิ้งไว้ถูกเก็บไปถึง 98% [17][8]

‹ก้อย (ฝ่ายบัญชี)
เดี๋ยวเสียบดูว่าในไฟล์มีชื่อเจ้าของไหม จะได้คืนเขา
ดีเลย เจ้าของคงตามหาอยู่

ขั้นที่ 2 จาก 5

เก็บไปเพราะอยากคืนเจ้าของ

คนที่เก็บได้ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดร้าย ในงานทดลองเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 68% บอกว่าเสียบเพื่อหาเจ้าของ คนร้ายตั้งใจใช้ความหวังดีนี้ [17]

พบอุปกรณ์ใหม่: คีย์บอร์ด

กำลังตั้งค่าอุปกรณ์...
(ทั้งที่คุณเพิ่งเสียบแฟลชไดรฟ์)

ขั้นที่ 3 จาก 5 · จุดที่หยุดได้ง่ายที่สุด

เสียบเข้าเครื่องทำงาน

ไดรฟ์ถูกเสียบเข้าคอมพิวเตอร์ที่ต่อเครือข่ายบริษัท USB บางอันหน้าตาเหมือนแฟลชไดรฟ์ แต่เครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ด และสั่งงานเองได้ [9][26]

หยุดได้ตรงนี้: ไม่ว่าจะอยากคืนเจ้าของแค่ไหน อย่าเสียบกับเครื่องใดเลย รวมถึงเครื่องเก่าที่คิดว่าไม่สำคัญ ส่ง USB ให้ฝ่ายไอทีหรือฝ่ายความปลอดภัย นี่คือจุดที่หยุดทุกอย่างได้ง่ายที่สุด

ไดรฟ์ USB

พบ 1 รายการ
เงินเดือน2569 (ไฟล์โปรแกรม ไม่ใช่เอกสาร)

เปิด

ขั้นที่ 4 จาก 5

ไดรฟ์ทำงานแทนคุณ

ถ้าเป็นอุปกรณ์ปลอมตัวเป็นคีย์บอร์ด มันจะพิมพ์คำสั่งเองโดยคุณไม่ต้องกดอะไร [9] ถ้าเป็นเวิร์ม มักซ่อนไฟล์จริงแล้ววางไฟล์โปรแกรมหรือทางลัดที่ตั้งชื่อให้ดูเหมือนเอกสารหรือโฟลเดอร์ หลอกให้กดเปิด [1][19]

ไฟล์งานหายไปจากไดรฟ์

แฟลชไดรฟ์ของทีมที่เสียบเครื่องนี้
เหลือแต่ไฟล์โปรแกรมแปลกชื่อเดียวกัน

ขั้นที่ 5 จาก 5

แพร่ต่อและขโมยข้อมูล

มัลแวร์คัดลอกตัวเองลงไดรฟ์อื่นที่เสียบเครื่องนี้ เพื่อไปติดเครื่องถัดไป [8] เป้าหมายคือขโมยข้อมูล วางแบ็กดอร์ หรือวางแรนซัมแวร์ [1][18][26]

กดตัวเลขด้านบน ปุ่มลูกศร หรือ "เล่นอัตโนมัติ" หน้าจอทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ

สัญญาณเตือน

  • เจอ USB หรือการ์ดหน่วยความจำ "ตกหล่น" ในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมป้ายชวนอยากรู้ เช่น ลับ เงินเดือน ข้อสอบ [17][8]
  • ได้รับ USB ทางไปรษณีย์โดยไม่ได้สั่ง มากับบัตรของขวัญหรือจดหมายอ้างร้านค้าหรือหน่วยงาน [26]
  • เสียบแฟลชไดรฟ์แล้วเครื่องแจ้งว่าพบ "คีย์บอร์ด" ใหม่ หรือมีหน้าต่างเด้งขึ้นเอง [9][26]
  • ในไดรฟ์มีไฟล์โปรแกรมหรือทางลัดที่ตั้งชื่อเหมือนเอกสารหรือโฟลเดอร์ ขณะที่ไฟล์เดิม "หายไป" [1][19]
  • เสียบชาร์จมือถือแล้วเครื่องถามว่า "เชื่อถือคอมพิวเตอร์นี้ไหม" แทนที่จะชาร์จเฉย ๆ [4][22]
  • สายชาร์จที่วางทิ้งไว้ หรือแจกฟรีโดยไม่รู้ที่มา [25]

สัญญาณที่ชัดที่สุดมีข้อเดียว ถ้าไม่รู้ว่าอุปกรณ์มาจากไหนและใครเป็นเจ้าของ นั่นคือเหตุผลพอที่จะไม่เสียบเข้าเครื่องงาน [10]

ของจริง หรือของปลอม

อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย จุดที่ควรสังเกตจะมีหมุดตัวเลขชี้ให้ดู

ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ

อีเมลตามพัสดุ "ของขวัญขอบคุณ"

โพสต์แจก "สายชาร์จเร็วฟรี"

‹ฟีด

ชาร์จไว แจกจริง

แจกสายชาร์จเร็วฟรี 100 เส้น ไม่ต้องจ่ายค่าส่ง เสียบแล้วถ้ามือถือถามว่าเชื่อถืออุปกรณ์นี้ไหม ให้กด เชื่อถือ จะชาร์จไวขึ้น 2 เท่า

อีเมลประกาศจากฝ่ายไอทีของบริษัท

3 ลองเลือก

สถานการณ์จำลอง เพื่อนร่วมงานเจอ USB ที่ลานจอดรถ

ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ

คุณทำงานฝ่ายธุรการ เช้าวันจันทร์ เพื่อนร่วมงานทักแชตมาเรื่อง USB ที่เพิ่งเก็บได้ ลองเลือกคำตอบที่คุณจะพิมพ์จริง ๆ ชื่อทุกชื่อในนี้เป็นเรื่องสมมติ

ก้อย (ฝ่ายบัญชี) ผ่านแชตงาน

แชทเข้า

    ลองตอบ

    1. เจอ USB เขียนว่า "ข้อสอบปลายภาค" ตกอยู่ในห้องสมุด ควรทำอย่างไร
    2. ชาร์จมือถือที่ตู้ชาร์จในสนามบิน แล้วมือถือถามว่า "เชื่อถือคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไหม" ควรทำอย่างไร
    3. USB งานที่มีรายชื่อและเบอร์โทรลูกค้าหายระหว่างเดินทาง สิ่งแรกที่ควรทำคือ

    4 วิธีรับมือ

    วิธีป้องกัน

    USB ที่ไม่รู้ที่มา ไม่เสียบ ส่งไอที CISA แนะนำให้ส่งไดรฟ์ที่เก็บได้ให้ฝ่ายความปลอดภัยหรือฝ่ายไอที ไม่ลองเสียบเอง แม้เป็นเครื่องเก่า [8][17] NIST แนะนำให้องค์กรห้ามใช้อุปกรณ์พกพาที่ไม่มีเจ้าของระบุตัวได้กับระบบงาน [10]

    ใช้เฉพาะไดรฟ์ที่องค์กรออกให้ และเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ ไดรฟ์งานควรมีเจ้าของชัดเจนและลงทะเบียนไว้ ไม่ใช้ปนกับเรื่องส่วนตัว [12][13][8] การเข้ารหัสทำให้คนที่เก็บไดรฟ์ที่หายไปได้เปิดอ่านข้อมูลไม่ได้ [11] ควรเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ เพราะการเข้ารหัสทีละไฟล์อาจทิ้งสำเนาที่ไม่ได้เข้ารหัสไว้ [13] และระบบเข้ารหัสอัตโนมัติของ Windows ไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB ต้องตั้งแยก [20]

    สแกนก่อนใช้ และให้ไอทีตั้งค่าเครื่อง ThaiCERT แนะนำให้สแกนสื่อถอดได้ด้วยแอนติไวรัสที่อัปเดตก่อนใช้ [1] ฝ่ายไอทีควรปิดพอร์ตที่ไม่จำเป็น อนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่รู้จัก มีนโยบายสื่อถอดได้ และอบรมพนักงาน [9][13]

    รับส่งไฟล์ผ่านช่องทางขององค์กร ใช้ลิงก์แชร์ไฟล์หรือคลาวด์ที่องค์กรอนุมัติแทนการรับ USB ถ้าจำเป็นต้องรับ ให้ส่งไอทีตรวจก่อน [9][12]

    ชาร์จมือถือแบบไม่ต้องกังวล ใช้หัวชาร์จของตัวเองเสียบปลั๊กผนัง หรือพาวเวอร์แบงก์ หรือใช้ตัวกั้นข้อมูล (USB data blocker) ที่ให้ผ่านแค่ไฟ [4][9][25] ถ้ามือถือถามให้เชื่อถือ ให้เลือกไม่เชื่อถือหรือชาร์จอย่างเดียว และอัปเดตระบบเสมอ [4] คำขอจับคู่ Bluetooth จากอุปกรณ์แปลกหน้าก็ใช้หลักเดียวกัน คือไม่ยอมรับ [14]

    ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน

    1. ถอด USB ออกทันที ไม่เปิดไฟล์เพิ่ม แล้วถอดสาย LAN หรือปิด Wi-Fi
    2. แจ้งฝ่ายไอทีทันที พร้อมส่งตัว USB ให้ตรวจ อย่าฟอร์แมตหรือทิ้งเอง [8]
    3. ให้ไอทีตรวจเครื่อง แล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน จากอุปกรณ์อื่นที่ปลอดภัย เพราะมัลแวร์ทาง USB หลายตัวมุ่งขโมยข้อมูลหรือวางแบ็กดอร์ [1][18]
    4. ถ้าไดรฟ์งานหาย แจ้งหัวหน้า ฝ่ายไอที และ DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ทันที บอกว่ามีข้อมูลอะไรและเข้ารหัสไว้หรือไม่ [13]
    5. ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยง และแจ้งเจ้าของข้อมูลถ้าเสี่ยงสูง [6][7] ยิ่งคุณรายงานเร็ว องค์กรยิ่งทำทัน
    6. ถ้ากด "เชื่อถือ" ที่จุดชาร์จไปแล้ว ถอดสาย อัปเดตระบบ ตรวจแอปที่ไม่รู้จัก และเฝ้าดูบัญชีธนาคาร ถ้าเห็นรายการผิดปกติให้แจ้งธนาคารทันที [4][27]

    การเสียบผิดอันหรือทำไดรฟ์หายเกิดได้กับทุกคน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือบอกเร็วและบอกตามจริง

    ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

    • เสียบ "เพื่อหาเจ้าของ" ในงานทดลองปี 2016 ผู้ตอบแบบสอบถาม 68% เสียบด้วยเหตุผลนี้ [17]
    • คิดว่าปิดการใช้แฟลชไดรฟ์หรือปิด AutoRun แล้วพอ อุปกรณ์ที่ปลอมเป็นคีย์บอร์ดยังทำงานได้ และเวิร์มยุคหลังหลอกให้คุณกดเปิดเอง [26][19][1]
    • เข้าใจว่าคอมพิวเตอร์เข้ารหัสแล้ว USB ก็ปลอดภัยด้วย การเข้ารหัสอัตโนมัติบางระบบไม่ครอบคลุมไดรฟ์ USB [20]
    • พกไดรฟ์งานไปเสียบเครื่องสาธารณะ Mandiant บริษัทความปลอดภัยรายหนึ่ง พบว่าร้านพิมพ์เอกสารและโรงแรมเป็นจุดที่ไดรฟ์ติดเชื้อบ่อย [18]
    • กลัวโดนว่าเลยไม่รายงานว่าไดรฟ์หาย ทำให้องค์กรเสี่ยงทำไม่ทันกรอบ 72 ชั่วโมง [6][7]
    • กลัวสายชาร์จจนลืมภัยที่พบบ่อยกว่า ผู้เชี่ยวชาญไทยระบุว่าความเสียหายที่พบมักมาจากแอปหรือลิงก์อันตราย [27]

    ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน

    ที่บ้าน พกหัวชาร์จและสายของตัวเองเป็นนิสัย [4] บอกลูกหลานว่าถ้าเจอ USB ที่โรงเรียน ให้ส่งครู ไม่เอามาเสียบเครื่องที่บ้าน [8] รูปสำคัญของครอบครัวที่เก็บใน USB ควรมีสำเนาสำรองอีกที่หนึ่ง [8]

    ที่ทำงาน ถ้าลูกค้ายื่น USB ที่เพิ่งพิมพ์งานจากร้านถ่ายเอกสารให้ ตอบว่า "รบกวนส่งผ่านลิงก์แชร์ไฟล์ของบริษัทแทนได้ไหมครับ ตามนโยบายไอที" ส่วนไฟล์ที่ต้องพกไปเอง เก็บในไดรฟ์ที่บริษัทออกให้และเข้ารหัสไว้ [9][12][13] เมื่อ มิ.ย. 2565 ผู้รับจ้างของเมืองหนึ่งในญี่ปุ่นทำ USB ที่มีข้อมูลผู้อยู่อาศัยราว 460,000 คนหาย INCIBE-CERT ของสเปนรายงานว่ายังไม่พบข้อมูลรั่ว น่าจะเพราะไดรฟ์เข้ารหัสไว้ [16]

    ในมหาวิทยาลัยและระหว่างเดินทาง สแกนไดรฟ์ทุกครั้งหลังใช้ร้านพิมพ์ ถ้าไฟล์เดิมหายแต่มีไฟล์โปรแกรมแปลกโผล่มา อย่ากดเปิด [1][18] ที่สนามบินหรือโรงแรม เลือกปลั๊กผนังแทนพอร์ต USB สาธารณะ [4]

    ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง

    • juice jacking มีจริงแค่ไหน FBI สาขาเดนเวอร์เคยเตือนเมื่อ เม.ย. 2566 ให้เลี่ยงจุดชาร์จฟรี แต่ระบุภายหลังว่าเป็นคำเตือนทั่วไป ไม่ได้มาจากเหตุการณ์เฉพาะ [25] ผลค้นหาระบุว่าหน้าเว็บ FCC เคยเขียนว่าไม่ทราบกรณีที่ยืนยันแล้ว แต่ปัจจุบันหน้านั้นถูกปิด [15] ผู้เชี่ยวชาญไทยว่ายังไม่เคยเกิดในไทย [27] ขณะที่งานวิจัย ChoiceJacking (USENIX Security 2025) แสดงในห้องทดลองว่าที่ชาร์จดัดแปลงหลบหน้าต่างถามสิทธิ์ได้ ในอุปกรณ์จากทั้ง 8 ผู้ผลิตที่ทดสอบ และผู้ผลิตกำลังแก้ไข [22] สรุปคือ ความเสี่ยงต่ำ แต่ป้องกันง่าย จึงควรทำ
    • ผลการทดลองทิ้ง USB มาจากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในสหรัฐฯ (ตีพิมพ์ 2016) ตัวเลขในที่ทำงานไทยอาจต่างไป แต่บทเรียนว่า "คนเสียบเพราะหวังดี" ยังใช้ได้ [17]
    • ตัวเลขจากบริษัทความปลอดภัย ข้อมูลของผู้ขายรายหนึ่ง (Honeywell) ปี 2567 ระบุว่า 51% ของมัลแวร์ที่ผลิตภัณฑ์ของตนตรวจพบออกแบบให้ใช้ผ่าน USB แต่มาจากโรงงานที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ใช่ภาพรวมทั่วโลก [21] ส่วน Mandiant รายงานว่าการโจมตีด้วย USB เพื่อขโมยข้อมูลเพิ่มขึ้น 3 เท่าในครึ่งแรกปี 2566 แต่นับเฉพาะลูกค้าของตน [18]
    • AutoRun Microsoft ระบุว่าปิดเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว แต่หลายองค์กรเปิดกลับผ่านการตั้งค่าเก่า การปิด AutoRun จึงช่วยได้แต่ไม่พอ [19][1]

    5 จำให้ได้

    ทำได้วันนี้

    ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น

    ประโยคจำง่าย

    เจอ USB ไม่รู้ที่มา ส่งไอทีอย่าลองเสียบ
    จากบท USB และสื่อบันทึกข้อมูล
    ชาร์จจากปลั๊กผนัง ไม่กดเชื่อถือ
    จากบท USB และสื่อบันทึกข้อมูล
    เข้ารหัสไว้ก่อนหาย หายแล้วรีบแจ้ง
    จากบท USB และสื่อบันทึกข้อมูล

    คำศัพท์ในบทนี้

    สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ (removable media)
    แฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และการ์ดหน่วยความจำที่ถอดไปเสียบเครื่องอื่นได้ องค์กรควรกำหนดว่าใช้ชนิดไหนได้ ลงทะเบียนไว้ และให้รายงานเมื่อหายหรือถูกขโมย [13]
    USB ล่อให้เก็บ (USB baiting)
    การทิ้ง USB ไว้ในที่ที่คนเดินผ่าน เช่น ลานจอดรถหรือทางเดิน มักติดป้ายชวนอยากรู้ หวังให้มีคนเก็บไปเสียบเครื่อง [17]
    อุปกรณ์ปลอมตัวเป็นคีย์บอร์ด (HID)
    อุปกรณ์ USB ที่หน้าตาเหมือนแฟลชไดรฟ์ แต่เครื่องมองว่าเป็นคีย์บอร์ด จึงพิมพ์คำสั่งเองได้ และอาจทำงานได้แม้องค์กรปิดการใช้แฟลชไดรฟ์ไว้ [9][26]
    เวิร์มทาง USB (USB worm)
    มัลแวร์ที่คัดลอกตัวเองลงไดรฟ์ที่เสียบอยู่ เพื่อไปติดเครื่องถัดไปที่ไดรฟ์นั้นถูกเสียบ [8][1]
    Juice jacking
    ความเสี่ยงที่จุดชาร์จหรือสายชาร์จที่ถูกดัดแปลง ใช้สาย USB ดึงข้อมูลหรือสั่งงานมือถือระหว่างชาร์จ งานวิจัยแสดงว่าทำได้ในห้องทดลอง แต่ยังไม่มีรายงานสาธารณะว่าพบในโลกจริง [22][25]
    การเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ (full disk encryption)
    การทำให้ข้อมูลทั้งไดรฟ์อ่านไม่ได้ถ้าไม่มีรหัส ช่วยป้องกันคนที่เก็บไดรฟ์ที่หายหรือขโมยไปได้ ไม่ให้เปิดดูข้อมูล [11][13]

    ดูอภิธานศัพท์ทั้งเว็บ

    แหล่งอ้างอิง

    ตรวจทานล่าสุด 29 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง

    1. Mustang Panda Deploys SnakeDisk Malware to Target Thai IPs and Deliver Yokai Backdoor — ThaiCERT (สกมช.), 2025-09-17 · ระดับแหล่ง 1 (thaicert.or.th)
    2. เอกสารแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ (รายการ APT Mustang Panda ติดตั้ง Snake Disk USB Worm เจาะจง IP ในประเทศไทย ก่อนติดตั้ง Yokai Backdoor) — ThaiCERT / สกมช., 2025-10 · ระดับแหล่ง 1 (thaicert.or.th)
    3. New Research Uncovers "Choicejacking" Attack That Steals Data from Phones via Public Chargers — ThaiCERT (สกมช.), 2025-07-31 · ระดับแหล่ง 1 (thaicert.or.th)
    4. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก) — ราชกิจจานุเบกษา (สำเนาบนเว็บกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม), 2019-05-27 · ระดับแหล่ง 1 (mdes.go.th)
    5. คอลัมน์ว่าด้วยมาตรา 37 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรการความปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิด) — กรุงเทพธุรกิจ (ผู้เขียน: สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) · ระดับแหล่ง 4 (bangkokbiznews.com)
    6. Using Caution with USB Drives — CISA, 2021-02-01 · ระดับแหล่ง 2 (cisa.gov)
    7. Device security guidance: Using peripherals securely — NCSC UK, 2021-06-29 · ระดับแหล่ง 2 (ncsc.gov.uk)
    8. NIST SP 800-53 Rev. 5 — MP-7 Media Use — NIST (อ่านผ่าน mirror csf.tools), 2020-09 · ระดับแหล่ง 2 (csf.tools)
    9. SP 800-111 Guide to Storage Encryption Technologies for End User Devices — NIST, 2007-11 · ระดับแหล่ง 2 (nvlpubs.nist.gov)
    10. SP 1334 Reducing the Cybersecurity Risks of Portable Storage Media in OT Environments — NIST NCCoE, 2025-09 · ระดับแหล่ง 2 (nvlpubs.nist.gov)
    11. Information security manual — Guidelines for media (September 2026) — ASD / ACSC (Australia), 2026-09-07 · ระดับแหล่ง 2 (cyber.gov.au)
    12. SP 800-121 Rev. 2 (update 1) Guide to Bluetooth Security — NIST, 2022-01-19 · ระดับแหล่ง 2 (nvlpubs.nist.gov)
    13. What is 'Juice Jacking' and Tips to Avoid It — FCC · ระดับแหล่ง 2 (fcc.gov)
    14. Japanese municipal contractor loses flash drive containing personal data of nearly half a million residents — INCIBE-CERT (สเปน), 2022-07-07 · ระดับแหล่ง 2 (incibe.es)
    15. Users Really Do Plug in USB Drives They Find — Tischer, Durumeric, Foster, Duan, Mori, Bursztein, Bailey (UIUC/UMich/Google) — IEEE S&P 2016, 2016-05 · ระดับแหล่ง 3 (zakird.com)
    16. The Spies Who Loved You: Infected USB Drives to Steal Secrets — Mandiant (Google Cloud), 2023-07-11 · ระดับแหล่ง 3 (cloud.google.com)
    17. Raspberry Robin worm part of larger ecosystem facilitating pre-ransomware activity — Microsoft Threat Intelligence, 2022-10-27 · ระดับแหล่ง 3 (microsoft.com)
    18. BitLocker Overview — Microsoft Learn, 2026-08-24 · ระดับแหล่ง 3 (learn.microsoft.com)
    19. Honeywell Report Reveals 'Silent Residency' Is Driving Escalating Cyber Threat (2024 USB Threat Report press release) — Honeywell (PR Newswire ผ่าน YCharts), 2024-04-30 · ระดับแหล่ง 3 (ycharts.com)
    20. ChoiceJacking: Compromising Mobile Devices through Malicious Chargers like a Decade ago — Draschbacher, Maar, Oberhuber, Mangard (TU Graz) — USENIX Security 2025, 2025-08-13 · ระดับแหล่ง 3 (usenix.org)
    21. Why is 'Juice Jacking' Suddenly Back in the News? — KrebsOnSecurity, 2023-04-14 · ระดับแหล่ง 4 (krebsonsecurity.com)
    22. FBI: Hackers target US defense firms with malicious USB packages — BleepingComputer (อ้าง FBI FLASH), 2022-01-07 · ระดับแหล่ง 4 (bleepingcomputer.com)
    23. หาคำตอบ "สายชาร์จโทรศัพท์" ขโมยข้อมูล-ดูดเงินได้หรือไม่ — Thai PBS, 2023-01-15 · ระดับแหล่ง 4 (thaipbs.or.th)

    คำแนะนำหลักมาจากหน่วยงานรัฐและมาตรฐานหลายแห่งที่ตรงกัน แต่หลักฐานเฉพาะในไทยยังน้อย และเรื่องจุดชาร์จสาธารณะยังเป็นผลงานวิจัยมากกว่าเหตุที่ยืนยันแล้ว บทนี้จึงสอนเรื่องนี้แบบไม่ขู่เกินจริง

    เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา