มือถือและอุปกรณ์ · เริ่มต้น · ประมาณ 8 นาที
ล็อกจอ เปิดตามหา อัปเดตทันที
มือถือคือกระเป๋าเงิน กุญแจบ้าน และตู้เอกสารในเครื่องเดียว สามอย่างที่ตั้งไว้ล่วงหน้าจะตัดสินว่าวันที่เครื่องหายจะเจ็บแค่ไหน
สรุปสั้น
สรุปใน 3 บรรทัด
- หน้าจอที่ล็อกแบบ "ปัด" ไม่ให้การป้องกันใด ๆ ควรใช้ PIN 6 หลักขึ้นไปหรือรหัสผ่านร่วมกับสแกนหน้าหรือนิ้ว และเปิดยืนยันสองขั้นตอนทุกแอปที่รองรับ [11][3]
- การอัปเดตปิดช่องโหว่ที่คนร้ายใช้โจมตี CISA และ NCSC แนะนำให้เปิดอัปเดตอัตโนมัติและติดตั้งทันที ไม่กด "ไว้ทีหลัง" [3][4][12]
- ฟีเจอร์ตามหาเครื่อง ล็อกระยะไกล และลบข้อมูลระยะไกล ใช้ได้ก็ต่อเมื่อเปิดไว้ "ก่อน" เครื่องหาย และห้ามลบเครื่องออกจากบัญชีเพราะจะปลดล็อกให้คนร้าย [1][2]
ทำสิ่งนี้ตอนนี้
- เปิดการตั้งค่า ตรวจว่าล็อกหน้าจอเป็น PIN 6 หลักขึ้นไปหรือรหัสผ่าน ไม่ใช่แบบปัดหรือ 4 หลักที่เดาง่าย [11][3]
- iPhone เปิด Find My และ Stolen Device Protection ส่วน Android ตรวจว่า Find Hub (ชื่อเดิม Find My Device) เปิดอยู่ แล้วลองเปิดเว็บตามหาเครื่องจากคอมพิวเตอร์ดูสักครั้ง [1][6][2]
- กดติดตั้งอัปเดตที่ค้างอยู่ตอนนี้ แล้วเปิดอัปเดตอัตโนมัติทั้งระบบและแอป [3][4]
1 ลองคิด
ถ้าตอนนี้มือถือของคุณหายไปจากกระเป๋า คนที่เก็บได้จะเปิดเครื่องแล้วเข้าแอปธนาคารของคุณได้ไหม และคุณจะสั่งลบข้อมูลจากที่ไกล ๆ ได้หรือเปล่า
ถ้าตอบไม่ได้ทั้งสองข้อ ใช้เวลา 5 นาทีตอนนี้ตั้งล็อกหน้าจอและเปิด Find My หรือ Find Hub แล้วคุณจะตอบได้
ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ
2 ดูสัญญาณ
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร
มือถือเครื่องเดียวมีแอปธนาคาร อีเมลที่ใช้รีเซ็ตรหัสผ่านทุกบัญชี รหัสผ่านที่เซฟไว้ รูปครอบครัว และแชทกับทุกคน การเสียเครื่องจึงคือการที่คนแปลกหน้าถือ "กุญแจทุกดอก" ของคุณ ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าหลังมาตรการความปลอดภัยแอปธนาคาร เคส "แอปดูดเงิน" ลดจาก 7,444 เคสในไตรมาส 4 ปี 2566 เหลือ 0 เคสในไตรมาส 2 ปี 2568 แต่เคสที่เหยื่อถูกหลอกให้ทำเองยังสูง [15]
ความเสียหายมักเกิดในชั่วโมงถัดจากเครื่องหาย คนที่ได้เครื่องไปจะลองปลดล็อกหน้าจอ ถ้าผ่านได้ก็เข้าแอปและรหัสผ่านที่เซฟไว้ แล้วพยายามเปลี่ยนรหัสบัญชีหลักเพื่อยึดถาวร [6] บางรายส่งข้อความหาเจ้าของอ้างว่า "พบเครื่องแล้ว" เพื่อหลอกเอารหัสบัญชีไปปลดล็อกเครื่อง ซึ่ง Apple ย้ำว่าไม่เคยโทรหรือส่งข้อความแบบนี้ [1]
ลองนึกภาพว่าบ้านของคุณมีประตูสามชั้น ชั้นแรกคือล็อกหน้าจอ ชั้นสองคือการอัปเดตที่อุดรูรั่วตามผนัง ชั้นสามคือระบบที่ให้คุณล็อกบ้านและเผาเอกสารจากที่ไกล ๆ ได้ ถ้าชั้นแรกเป็นแค่ม่านพลาสติก สองชั้นหลังก็ช่วยได้น้อยลงมาก
ข่าวดีคือทั้งสามชั้นตั้งได้ในห้านาที และตั้งครั้งเดียวอยู่ได้นาน Google ระบุว่าล็อกหน้าจอแบบ "ปัด" ไม่ให้การป้องกันใด ๆ [11] CISA และ NCSC ใส่ "ติดตั้งอัปเดต" ไว้ในรายการพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ [3][12] และฟีเจอร์ตามหาเครื่องของทั้ง Apple และ Google มีให้ฟรี แต่ต้องเปิดไว้ก่อน [1][2]
เส้นทางการหลอก ทีละขั้น
-
เมื่อเข้าเครื่องได้ คนร้ายดูรหัสผ่านที่เซฟในเบราว์เซอร์ เข้าอีเมลเพื่อรับรหัสรีเซ็ต และพยายามเปลี่ยนรหัสบัญชีหลักของเครื่องเพื่อยึดถาวร Stolen Device Protection ของ iPhone ออกแบบมาขวางขั้นนี้ [6]
-
คนร้ายส่ง SMS หรือโทรหาเจ้าของ อ้างว่าพบเครื่องแล้ว ให้ล็อกอินบัญชีผ่านลิงก์เพื่อดูตำแหน่ง จุดประสงค์คือเอารหัสผ่านบัญชีไปปลด Activation Lock Apple ยืนยันว่าจะไม่โทรหรือส่งข้อความแจ้งว่าพบเครื่อง [1]
ใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวา หรือกดแต่ละขั้นเพื่อดูรายละเอียด
สัญญาณเตือน
- SMS หรือสายที่อ้างเป็นผู้ผลิตมือถือ ธนาคาร หรือค่ายมือถือ แล้วขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้กดลิงก์ [1][15][16]
- ข้อความ "พบเครื่องที่หายของคุณแล้ว" พร้อมลิงก์ให้ล็อกอิน [1]
- SMS จาก "ธนาคาร" ที่มีลิงก์ เพราะธนาคารไทยถูกห้ามส่ง SMS แนบลิงก์แล้ว [15]
- แอปขอสิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของมัน เช่น แอปไฟฉายขออ่านรายชื่อหรือ SMS หรือขอให้ติดตั้งจากนอกสโตร์ [3]
- เครื่องถามว่า "เชื่อถือคอมพิวเตอร์นี้หรือไม่" ตอนเสียบสายชาร์จกับพอร์ตสาธารณะ [5]
- เพจหรือ LINE ที่อ้างว่า "รับแจ้งความออนไลน์" นอกเหนือจาก 1441 และ thaipoliceonline.go.th [17]
- การแจ้งเตือนว่ามีคนพยายามเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีหลัง เครื่องหายไม่นาน
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ ใครก็ตามที่ติดต่อมาหลังเครื่องหายแล้วขอรหัสผ่านหรือรหัสยืนยัน คนนั้นคือคนที่ถือเครื่องคุณอยู่
ของจริง หรือของปลอม
อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
SMS "พบมือถือที่หายของคุณแล้ว"
แจ้งเตือน: ตรวจพบตำแหน่งอุปกรณ์ที่สูญหายของคุณแล้ว กรุณาเข้าสู่ระบบบัญชีภายใน 24 ชม. เพื่อดูตำแหน่งและรับเครื่องคืน device-locate.example/found
การแจ้งเตือนอัปเดตในหน้าตั้งค่า
การตั้งค่า > ทั่วไป > อัปเดตซอฟต์แวร์: มีอัปเดตความปลอดภัยพร้อมติดตั้ง ขนาด 420 MB เลือก "ติดตั้งคืนนี้" เครื่องจะอัปเดตขณะชาร์จและเชื่อมต่อ Wi-Fi
SMS "ธนาคาร" ให้กดลิงก์อัปเดตแอป
แอปธนาคารของคุณเวอร์ชันเก่า จะถูกระงับการใช้งานภายในวันนี้ กดเพื่ออัปเดตทันที mobile-update.example/app
3 ลองเลือก
ลองตอบ
4 วิธีรับมือ
วิธีป้องกัน
ล็อกหน้าจอให้จริง ตั้ง PIN 6 หลักขึ้นไปหรือรหัสผ่าน ร่วมกับสแกนหน้าหรือลายนิ้วมือ เลี่ยงวันเกิดและเลขซ้ำ [11][3] เปิดยืนยันสองขั้นตอนกับทุกแอปที่รองรับ และตั้งให้เครื่องลบข้อมูลเองเมื่อใส่รหัสผิดเกินจำนวนที่กำหนด ซึ่ง CISA ยกตัวอย่างไว้ที่ 10 ครั้ง [3] iPhone เปิด Stolen Device Protection ซึ่งบังคับสแกนหน้าหรือนิ้วเมื่อดูรหัสผ่านที่เซฟไว้ และหน่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนเปลี่ยนรหัสบัญชี เมื่ออยู่นอกสถานที่คุ้นเคย [6]
อัปเดตทันที ไม่กดไว้ทีหลัง เปิดอัปเดตอัตโนมัติทั้งระบบและแอป เพราะอัปเดตคือการปิดช่องโหว่ที่คนร้ายใช้โจมตี [3][4] ถ้ากลัวเครื่องช้า ให้ตั้งอัปเดตตอนกลางคืนขณะชาร์จและต่อ Wi-Fi
เปิดตามหาเครื่องและสำรองข้อมูลตั้งแต่วันนี้ iPhone เปิด Find My ซึ่งต้องเปิดไว้ก่อนเครื่องหายจึงจะล็อกหรือลบข้อมูลระยะไกลได้ [1] Android ตรวจว่า Find Hub เปิดอยู่ โดยเครื่องต้องมีไฟ ต่อเน็ต และเปิดตำแหน่ง [2] เปิดสำรองข้อมูลอัตโนมัติไปยัง iCloud หรือบัญชี Google ซึ่งทำงานเองเมื่อเสียบชาร์จและต่อ Wi-Fi [9][10] ลองเปิดเว็บตามหาเครื่องจากคอมพิวเตอร์ดูสักครั้ง จะได้ใช้เป็นก่อนวันที่ต้องใช้จริง
ให้สิทธิ์แอปเท่าที่จำเป็น อนุญาตตำแหน่งเฉพาะ "ขณะใช้แอป" ไล่ดูสิทธิ์เป็นระยะ ลบแอปที่ไม่ใช้ และติดตั้งจากสโตร์ทางการเท่านั้น [3][7][8] ส่วนการชาร์จ ให้ใช้ปลั๊กไฟหรือพาวเวอร์แบงก์ของตัวเอง และถ้าเครื่องถามว่าเชื่อถือคอมพิวเตอร์นี้ไหมตอนเสียบพอร์ตสาธารณะ ให้ตอบไม่ [3][5]
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน
- ล็อกเครื่องจากระยะไกลทันที ยืมเครื่องใครก็ได้เข้าเว็บตามหาเครื่องของ Apple หรือ Google แล้วสั่ง Mark as Lost เครื่องจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านและแสดงข้อความติดต่อ อย่าใส่ข้อมูลติดต่อที่คนร้ายเอาไปหลอกคุณต่อได้ [1][2]
- ระงับซิมและแอปธนาคาร โทรค่ายมือถือเพื่อระงับหมายเลข ผู้ใช้ AIS ติดต่อ 1175 ส่วนค่ายอื่นใช้เบอร์ทางการบนเว็บไซต์ของค่าย [18] แล้วโทรสายด่วนธนาคารซึ่งต้องเปิด 24 ชั่วโมงตามประกาศ ธปท. เพื่อระงับ mobile banking ชั่วคราว [15][16]
- เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีหลักจากเครื่องอื่น ทั้งบัญชี Apple หรือ Google และอีเมลหลัก และตรวจหน้าความปลอดภัยของบัญชีว่ามีอุปกรณ์แปลกปลอมไหม [1]
- แจ้งความ ที่สถานีตำรวจพร้อมหมายเลขเครื่อง (serial หรือ IMEI) ซึ่งเครือข่ายใช้ระงับเครื่องได้ ถ้ามีความเสียหายทางออนไลน์ โทร 1441 หรือแจ้งที่ thaipoliceonline.go.th [1][2][17][20]
- ถ้าหาเครื่องไม่เจอแน่แล้ว สั่งลบข้อมูลระยะไกล การลบย้อนกลับไม่ได้และหลังลบจะตามเครื่องไม่ได้อีก แต่ห้ามลบเครื่องออกจากบัญชี เพราะจะปลด Activation Lock [1][2]
- ถ้าเงินหายและธนาคารไม่คืบหน้า ร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท. [19]
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ล็อกแบบปัดหรือ PIN วันเกิด เพราะขี้เกียจกดรหัส Google ระบุว่าแบบปัดไม่ให้การป้องกันใด ๆ [11]
- กด "เตือนฉันทีหลัง" ทุกครั้งที่มีอัปเดต จนช่องโหว่ที่มีแพตช์แล้วถูกใช้โจมตี [4]
- เพิ่งนึกจะเปิด Find My ตอนเครื่องหายแล้ว ฟีเจอร์นี้ต้องเปิดไว้ก่อน ไม่งั้นล็อกหรือลบข้อมูลระยะไกลไม่ได้ [1][2]
- ลบเครื่องออกจากบัญชีหลังเครื่องหาย เท่ากับปลด Activation Lock ให้คนร้ายขายต่อได้ [1]
- เชื่อข้อความ "พบเครื่องแล้ว" แล้วล็อกอินผ่านลิงก์ ทำให้เสียทั้งเครื่องและบัญชี [1]
ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน
ที่บ้าน ช่วยผู้สูงอายุตั้งล็อกหน้าจอและเปิดตามหาเครื่องให้ แล้วเก็บชื่อบัญชีไว้ในที่ที่ลูกหลานเข้าถึงได้ตอนฉุกเฉิน ข้อมูลของ ธปท. ชี้ว่าความเสียหายเฉลี่ยต่อเคสของผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงราว 416,000 บาท [15] จึงคุ้มที่จะตั้งค่าให้ตั้งแต่วันนี้ และซ้อมประโยคเดียว "ใครโทรมาขอรหัสหรือให้กดลิงก์ ให้วางสายแล้วโทรหาลูก"
ที่ทำงาน ถ้าใช้เครื่องส่วนตัวทำงาน (BYOD) องค์กรเป็นเจ้าของข้อมูลงานบนเครื่อง แต่คุณเป็นเจ้าของเครื่อง NCSC จึงแนะนำให้แยกข้อมูลงานกับข้อมูลส่วนตัว และยอมรับการจัดการเครื่องตามที่องค์กรกำหนด [13] NIST เสนอให้องค์กรถือว่ามือถือทุกเครื่องยังไม่น่าเชื่อถือจนกว่าจะจัดการความปลอดภัยและเฝ้าระวังต่อเนื่อง [14] สำหรับพนักงาน แค่แจ้ง IT ทันทีเมื่อเครื่องที่มีอีเมลงานหาย เพื่อให้เขาตัดการเข้าถึงได้ทัน
ระหว่างเดินทาง พกพาวเวอร์แบงก์และปลั๊กของตัวเองแทนพอร์ต USB สาธารณะ และเลือก "ชาร์จอย่างเดียว" ถ้าเครื่องถาม [5][3] ก่อนเดินทางไกล สำรองข้อมูลด้วยมือหนึ่งครั้งให้แน่ใจว่าสำเนาล่าสุดอยู่บนคลาวด์แล้ว [9][10]
ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
- ชาร์จจากพอร์ต USB สาธารณะอันตรายแค่ไหน CISA ระบุว่าที่ชาร์จหรือคอมพิวเตอร์ที่ไม่น่าไว้ใจฝังมัลแวร์ลงมือถือได้ [3] แต่ FCC ระบุว่ายังไม่ทราบกรณีที่ยืนยันได้จริง เป็นเพียงการสาธิตในห้องทดลอง [5] บทนี้จึงสอนเป็นข้อควรระวังที่ต้นทุนต่ำ ไม่ใช่ภัยที่พบบ่อย
- ต้องติดตั้งแอปความปลอดภัยบนมือถือไหม CISA แนะนำให้ติดตั้ง [3] แต่รายการพื้นฐานของ NCSC ไม่ได้ระบุข้อนี้ [12] ให้ถือเป็นทางเลือกเสริม หลังจากทำล็อกหน้าจอ อัปเดต และตามหาเครื่องครบแล้ว
- ชื่อฟีเจอร์ของ Google หน้าช่วยเหลือปัจจุบันเรียกว่า Find Hub ขณะที่เครื่องรุ่นเก่ายังแสดงชื่อ Find My Device ทั้งสองคือสิ่งเดียวกัน [2]
- เบอร์ระงับซิมของค่ายมือถือ บทนี้ยืนยันได้เฉพาะ AIS 1175 จากหน้าทางการ [18] ค่ายอื่นให้ค้นหาเบอร์จากเว็บไซต์ทางการของค่ายเอง ไม่ใช้เบอร์ที่ใครส่งมาให้
5 จำให้ได้
ทำได้วันนี้
ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น
ประโยคจำง่าย
ล็อกหน้าจอ เปิดตามหา ก่อนเครื่องหาย
อัปเดตทันที ไม่กดไว้ทีหลัง
ชาร์จปลั๊กของเรา ไม่ยืมพอร์ตใคร
คำศัพท์ในบทนี้
- ล็อกหน้าจอ
- รหัสที่ต้องใส่ก่อนใช้เครื่อง Google ระบุว่าแบบ "ไม่มี" หรือ "ปัด" ไม่ให้การป้องกันใด ๆ PIN ควรยาว 6 หลักขึ้นไป และรหัสผ่านคือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด [11]
- Find My / Find Hub
- ฟีเจอร์ตามหาเครื่องของ Apple และ Google ที่ใช้ดูตำแหน่ง ล็อกเครื่อง แสดงข้อความ และลบข้อมูลจากระยะไกล ต้องเปิดไว้ก่อนเครื่องหายและเครื่องต้องมีไฟกับอินเทอร์เน็ต [1][2]
- Mark as Lost (โหมดสูญหาย)
- คำสั่งล็อกเครื่องที่หายด้วยรหัสผ่าน พร้อมแสดงข้อความติดต่อบนหน้าจอ ใช้ได้ทั้ง iPhone และ Android และเป็นสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเครื่องหาย [1][2]
- Activation Lock
- การล็อกที่ผูกเครื่องกับบัญชีของคุณ ทำให้คนอื่นล้างเครื่องไปใช้หรือขายต่อไม่ได้ Apple เตือนว่าถ้าลบเครื่องออกจากบัญชี Find My ล็อกนี้จะหายไป [1]
- Stolen Device Protection
- ฟีเจอร์ iPhone ตั้งแต่ iOS 17.3 ที่บังคับใช้สแกนหน้าหรือนิ้ว (ใช้รหัสผ่านแทนไม่ได้) เมื่อดูรหัสผ่านที่เซฟไว้ และหน่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนเปลี่ยนรหัสบัญชี เมื่ออยู่นอกสถานที่คุ้นเคย [6]
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานล่าสุด 28 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง
- If your iPhone or iPad was stolen
- Find, secure, or erase a lost Android device
- Capacity Enhancement Guide: Mobile Device Cybersecurity Checklist for Consumers
- Secure Our World: Update Software
- What is 'Juice Jacking' and Tips to Avoid It
- About Stolen Device Protection for iPhone
- Change app permissions on your Android phone
- About privacy and Location Services in iOS, iPadOS, and watchOS
- Back up your iPhone or iPad with iCloud
- Back up or restore data on your Android device
- Set screen lock on an Android device
- Cyber Aware
- Device Security Guidance: Bring your own device (BYOD)
- SP 800-124 Rev. 2: Guidelines for Managing the Security of Mobile Devices in the Enterprise
- ความคืบหน้าการดำเนินการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน (สไลด์แถลงข่าว)
- "เงินหาย" มุกซ้ำยอดฮิต รู้ทันมิจฉาชีพ 5 ขั้นตอน
- ตร.เตือนอย่าหลงเชื่อเพจแอบอ้างรับแจ้งความออนไลน์ ย้ำมีเพียง 'สายด่วน 1441-เว็บไซต์'
- AIS ยืนยัน เบอร์โทรเข้าจาก 1175 และ .AIS1175
- บริการช่วยเหลือ/ร้องเรียน
- ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (Thai Police Online)
ขั้นตอน Find My, Find Hub, Stolen Device Protection และสิทธิ์แอปอ่านจากหน้าทางการของ Apple และ Google โดยตรง ส่วนขั้นตอนเมื่อเครื่องหายในบริบทไทยประกอบจากหลายแหล่ง และเบอร์ระงับซิมยืนยันได้เพียงค่ายเดียว
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา