บัญชีและรหัสผ่าน · เริ่มต้น · ประมาณ 9 นาที
รหัสผ่านยาวดีกว่ายาก ไม่ต้องเปลี่ยนทุกเดือน
มาตรฐาน NIST ฉบับปี 2025 บอกชัดว่าความยาวสำคัญกว่าสัญลักษณ์แปลก ๆ และ OTP ของคุณไม่มีใครควรได้ไป แม้จะเป็นเพื่อน
สรุปสั้น
สรุปใน 3 บรรทัด
- รหัสผ่านที่ดีคือยาวและไม่ซ้ำกัน NIST ฉบับปี 2025 กำหนดอย่างน้อย 15 ตัวอักษรเมื่อใช้รหัสผ่านอย่างเดียว และห้ามระบบบังคับผสมตัวใหญ่ตัวเล็กหรือสัญลักษณ์ [2]
- ไม่ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านตามรอบเวลา NIST ห้ามระบบบังคับเปลี่ยนเป็นระยะ แต่ต้องเปลี่ยนทันทีเมื่อมีหลักฐานว่ารหัสหลุด [2][5]
- เปิด MFA ทุกบัญชีสำคัญ โดยพาสคีย์หรือกุญแจ FIDO ทนฟิชชิงที่สุด แอป OTP รองลงมา และ SMS ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย [9][6]
ทำสิ่งนี้ตอนนี้
- เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นในอีเมลหลักตอนนี้ เพราะอีเมลคือกุญแจรีเซ็ตรหัสผ่านของบัญชีอื่นทั้งหมด NCSC ให้เริ่มที่อีเมลก่อน [7]
- ตรวจอีเมลของคุณที่ haveibeenpwned.com ว่าเคยอยู่ในการรั่วไหลไหม ถ้าเคย เปลี่ยนรหัสผ่านที่ใช้กับเว็บนั้นและทุกที่ที่ใช้ซ้ำ [17]
- ตั้งเบอร์และอีเมลสำรองสำหรับกู้คืนบัญชีไว้ล่วงหน้า เพราะเพิ่มทีหลังตอนถูกล็อกเอาต์ไม่ได้ [19]
1 ลองคิด
เพื่อนสนิททักมาทางแชทว่า "ใส่เบอร์แกผิดตอนสมัครแอป มี OTP เข้าเบอร์แกไหม ส่งให้หน่อย" คุณจะส่งไหม
ไม่ส่ง OTP ที่เข้าเบอร์คุณคือรหัสของบัญชีคุณเสมอ และบัญชีแชทของเพื่อนอาจถูกคนอื่นยึดไปแล้ว
ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ
2 ดูสัญญาณ
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร
รหัสผ่านของคุณมักไม่ได้ถูกเดา แต่ถูก "เก็บ" จากที่อื่น เว็บเล็ก ๆ ที่คุณเคยสมัครเมื่อหลายปีก่อนถูกเจาะ แล้วอีเมลกับรหัสผ่านชุดนั้นถูกขายต่อ ฐานข้อมูล Have I Been Pwned รวบรวมบัญชีที่รั่วได้กว่า 17,800 ล้านรายการจาก 1,048 เว็บไซต์ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2026 [17] จากนั้นคนร้ายเอารหัสชุดนั้นไปลองกับอีเมล ธนาคาร และโซเชียลของคุณโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณใช้รหัสเดียวกันหลายที่ บัญชีสำคัญก็ล้มตามไปด้วย [6][18]
ลองนึกภาพว่าคุณใช้กุญแจดอกเดียวเปิดทั้งบ้าน รถ และตู้เซฟ แล้ววันหนึ่งทำกุญแจหล่นที่ร้านกาแฟ คนที่เก็บได้แค่ลองไปเรื่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่ "ไม่ซ้ำกัน" สำคัญกว่า "ซับซ้อน"
ความเข้าใจเรื่องรหัสผ่านเปลี่ยนไปมาก มาตรฐาน NIST SP 800-63B ฉบับปี 2017 เคยบอกว่า "ไม่ควร" บังคับเปลี่ยนรหัสตามรอบและ "ไม่ควร" บังคับผสมอักขระ ฉบับปี 2025 ยกระดับเป็น "ห้าม" ทั้งสองอย่าง และกำหนดความยาวขั้นต่ำ 15 ตัวอักษรเมื่อใช้รหัสผ่านอย่างเดียว หรือ 8 ตัวเมื่อใช้ร่วมกับ MFA [2][3] NCSC อธิบายว่าการบังคับเปลี่ยนบ่อยทำให้คนเปลี่ยนแค่ตัวท้าย และรหัสที่ถูกขโมยมักถูกใช้ทันทีอยู่แล้ว [5] Microsoft ก็ตั้งค่าแนะนำของ Microsoft 365 เป็น "ไม่หมดอายุ" และให้ใช้ MFA แทน [8]
แต่ MFA ก็ไม่ใช่กำแพงที่ข้ามไม่ได้ คนร้ายปรับตัวด้วยการหลอกขอรหัส OTP ตรง ๆ กดล็อกอินรัว ๆ ให้การแจ้งเตือนเด้งจนคุณกดยอมรับ หลอกค่ายมือถือให้ย้ายเบอร์ไปซิมใหม่ หรือใช้เว็บปลอมแทรกกลางขโมยคุกกี้ล็อกอิน ซึ่ง Microsoft พบแคมเปญแบบนี้เล็งกว่า 10,000 องค์กรตั้งแต่ปี 2021 [9][10][12][13] ThaiCERT เตือนในปี 2569 ว่ามัลแวร์ขโมยข้อมูลเอาคุกกี้ไปหลบ MFA ได้เช่นกัน [20] คำตอบที่ทุกหน่วยงานชี้ตรงกันคือ MFA แบบที่ทนฟิชชิง นั่นคือพาสคีย์และกุญแจ FIDO [9][11][20]
เส้นทางการหลอก ทีละขั้น
-
เว็บเล็ก ๆ ที่เคยสมัครไว้ถูกเจาะ อีเมลและรหัสผ่านของคุณถูกขายต่อ ฐานข้อมูล Have I Been Pwned มีบัญชีที่รั่วกว่า 17,800 ล้านรายการ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2026 [17]
ใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวา หรือกดแต่ละขั้นเพื่อดูรายละเอียด
สัญญาณเตือน
- ได้รับ OTP หรือการแจ้งเตือน MFA ทั้งที่ไม่ได้ล็อกอิน แปลว่ามีคนรู้รหัสผ่านของคุณแล้ว [10][9]
- มีคนทักมาขอรหัส OTP ไม่ว่าจะอ้างเป็นเพื่อน ธนาคาร หรือฝ่ายไอที [9]
- อีเมลแจ้งว่ามีการล็อกอินจากอุปกรณ์ใหม่ หรือเปลี่ยนข้อมูลกู้คืน ที่คุณไม่ได้ทำเอง [19][2]
- สัญญาณมือถือหายกะทันหันโดยไม่มีเหตุ อาจถูกย้ายซิม [12]
- หน้าล็อกอินที่โผล่มาจากลิงก์ในข้อความ และขอทั้งรหัสผ่านและ OTP ในหน้าเดียว [9]
- อีเมลหรือ SMS อ้างธนาคารที่มีลิงก์ ซึ่ง ธปท. กำหนดให้ธนาคารเลิกส่งลิงก์แล้ว [21]
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ "รหัสที่เข้าเครื่องคุณ แต่มีคนอื่นอยากได้" ไม่ว่าเหตุผลจะฟังดูดีแค่ไหน คนนั้นกำลังล็อกอินเป็นคุณ
ของจริง หรือของปลอม
อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
แชทจาก "เพื่อน" ขอรหัส OTP
แกๆ ขอโทษที เราสมัครแอปใหม่แล้วใส่เบอร์แกผิด มี OTP ส่งไปเบอร์แกไหม ส่งเลขมาให้หน่อย ด่วนนะ อีก 2 นาทีหมดอายุ
SMS รหัส OTP ที่คุณเพิ่งกดขอเอง
รหัส OTP ของคุณคือ 736201 สำหรับเข้าสู่ระบบ อ้างอิง AB12 หมดอายุใน 5 นาที ห้ามบอกรหัสนี้แก่ผู้อื่น รวมถึงเจ้าหน้าที่
ของจริง (หรือทำแบบนี้ได้)
อีเมลแจ้งว่ารหัสผ่านหมดอายุ ต้องเปลี่ยนทุก 90 วัน
จาก: ระบบบัญชีผู้ใช้ <account-expiry@mail-portal-renew.example>
รหัสผ่านของคุณจะหมดอายุใน 24 ชั่วโมง
ตามนโยบายความปลอดภัย รหัสผ่านต้องเปลี่ยนทุก 90 วัน โปรดกดลิงก์เพื่อยืนยันรหัสผ่านเดิมและตั้งรหัสใหม่ มิฉะนั้นบัญชีจะถูกปิด
https://mail-portal-renew.example/reset
ปลอม
- ขอให้กรอก "รหัสผ่านเดิม" ผ่านลิงก์ในอีเมล ซึ่งเป็นรูปแบบฟิชชิงขโมยรหัสผ่านโดยตรง [9][13]
- การบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามรอบเวลาเป็นแนวทางเก่า NIST ฉบับปี 2025 ห้ามระบบบังคับแบบนี้แล้ว อีเมลที่อ้างนโยบายนี้จึงน่าสงสัยเป็นพิเศษ [2][5]
- ถ้ากังวลว่าบัญชีมีปัญหาจริง เปิดเว็บหรือแอปของบริการนั้นเองแล้วดูการตั้งค่า ไม่ใช้ลิงก์ในอีเมล [13]
3 ลองเลือก
สถานการณ์จำลอง เพื่อนขอรหัส OTP
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
ลองอ่านแชทนี้แล้วเลือกคำตอบที่คุณจะพิมพ์จริง ๆ ชื่อและตัวเลขทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ
บัญชีแชทของ "มิ้นท์" เพื่อนสนิท
แชทเข้า
ลองตอบ
4 วิธีรับมือ
วิธีป้องกัน
รหัสผ่าน ยาวและไม่ซ้ำ ใช้คำสามคำที่ไม่เกี่ยวกันต่อกันให้ยาวเกิน 15 ตัวอักษร จำได้และเดายาก ไม่ต้องยัดสัญลักษณ์ และไม่ใช้ข้อมูลที่หาได้จากโซเชียลอย่างวันเกิดหรือชื่อสัตว์เลี้ยง [2][4] แต่ละบัญชีต้องไม่ซ้ำกัน จึงควรใช้ตัวจัดการรหัสผ่านให้สร้างและจำแทน แล้วเปิดการยืนยันสองขั้นที่ตัวมัน [6] ไม่ต้องเปลี่ยนรหัสตามรอบ เปลี่ยนเมื่อสงสัยว่าหลุดเท่านั้น [2][5]
เปิด MFA ตามลำดับความสำคัญ NCSC ให้เริ่มที่อีเมลก่อน เพราะเป็นกุญแจรีเซ็ตบัญชีอื่น แล้วตามด้วยธนาคาร โซเชียล และช้อปปิ้ง [7] CISA เรียงความแข็งแรงว่า พาสคีย์หรือกุญแจ FIDO ดีที่สุด รองลงมาคือแอป OTP หรือการแจ้งเตือนแบบมี number matching ส่วน SMS ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย [9] แต่มีดีกว่าไม่มี ถ้าบริการมีแค่ SMS ก็เปิดไว้ก่อน
ใช้พาสคีย์เมื่อบริการรองรับ พาสคีย์ใช้คู่กุญแจที่ผูกกับเว็บที่สร้าง และปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือ PIN ของเครื่อง โดยข้อมูลชีวมิติไม่ออกจากเครื่อง เซิร์ฟเวอร์เก็บแค่กุญแจสาธารณะ จึงไม่มีรหัสผ่านให้รั่ว และหน้าเว็บปลอมเอาไปใช้ไม่ได้ [14][15] NIST นิยามความทนฟิชชิงว่าคือการที่ความลับไม่หลุดไปยังเว็บปลอม "โดยไม่ต้องพึ่งความระมัดระวังของผู้ใช้" [2] NCSC จึงแนะว่าถ้ามีพาสคีย์ให้ใช้เป็นตัวเลือกแรก [6]
เตรียมทางกลับบ้านไว้ก่อน ตั้งเบอร์และอีเมลสำรองสำหรับกู้คืน โดยใช้อีเมลคนละบัญชีกับที่ล็อกอิน และเก็บรหัสกู้คืนไว้ให้ดี เพราะเพิ่มทีหลังตอนถูกล็อกเอาต์ไม่ได้ [19][2] ตั้ง PIN กับค่ายมือถือสำหรับการเปลี่ยนซิม และไม่บอกรหัสนี้ทางโทรศัพท์ [12] ในไทย ธนาคารเลิกส่งลิงก์ ห้ามขอรหัสผ่านผ่านโซเชียล และสแกนหน้าเมื่อโอนเกิน 50,000 บาท ใครขอให้คุณทำนอกเหนือจากนี้คือสัญญาณผิดปกติ [21]
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน
- เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีที่หลุดทันทีจากเครื่องที่สะอาด และเปลี่ยนทุกบัญชีที่ใช้รหัสเดียวกัน แล้วเปิด MFA [20][8]
- ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ ในหน้าตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี เผื่อคนร้ายถือคุกกี้ล็อกอินไว้ [13][20]
- ถ้า MFA เด้งโดยไม่ได้ทำเอง กดปฏิเสธ แล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน เพราะคนร้ายมีรหัสผ่านอยู่แล้ว [10]
- ถ้าสัญญาณมือถือหายหรือสงสัยถูกย้ายซิม ติดต่อค่ายมือถือด้วยเบอร์ทางการทันที และแจ้งธนาคาร [12]
- ถ้าเข้าบัญชีไม่ได้แล้ว ใช้ช่องทางกู้คืนที่ตั้งไว้ รหัสกู้คืน อีเมลสำรอง หรือผู้ติดต่อกู้คืน [2][19]
- ถ้าเกี่ยวกับเงิน โทรสายด่วน 24 ชั่วโมงของธนาคาร แล้วแจ้ง 1441 และแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th [21]
ตรวจที่ Have I Been Pwned ด้วยว่าข้อมูลใดรั่วบ้าง และเลิกใช้รหัสผ่านที่พบใน Pwned Passwords ทุกที่ บริการนี้ส่งเฉพาะส่วนหนึ่งของค่าแฮชไปตรวจ จึงไม่เปิดเผยรหัสจริงของคุณ [17][18]
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้รหัสเดียวกันทุกที่ รหัสที่รั่วจากเว็บเดียวจะถูกลองกับทุกบัญชีของคุณอัตโนมัติ [6][18]
- คิดว่าแทน o ด้วย 0 ทำให้ปลอดภัย คนร้ายรู้ทริกนี้ ความยาวต่างหากที่ช่วย [4][2]
- ส่ง OTP ให้คนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนหรือเจ้าหน้าที่ OTP ที่เข้าเครื่องคุณคือรหัสของบัญชีคุณเสมอ [9]
- กดยอมรับการแจ้งเตือน MFA ให้มันหยุดเด้ง นั่นคือการเปิดประตูให้คนที่มีรหัสผ่านคุณอยู่แล้ว [10]
- ใช้คำถามความปลอดภัยที่หาคำตอบได้จากโซเชียล NIST ไม่ให้ใช้คำถามแบบนี้แล้ว และ NCSC เตือนเรื่องชื่อสัตว์เลี้ยงหรือทีมโปรด [2][4]
- ไม่ตั้งข้อมูลกู้คืนจนกว่าจะถูกล็อกเอาต์ ถึงตอนนั้นเพิ่มไม่ได้แล้ว [19]
ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน
ที่บ้าน ช่วยผู้สูงอายุเปิดการยืนยันสองขั้นในบัญชีที่ใช้จริง และสอนประโยคเดียว "รหัสที่เข้ามือถือเรา ไม่บอกใคร แม้เขาจะบอกว่าเป็นธนาคาร" ตั้งตัวจัดการรหัสผ่านให้ และตั้งเบอร์กู้คืนเป็นเบอร์ลูกหลานไว้ด้วย [7][19]
ที่ทำงาน ถ้าคุณดูแลระบบ ให้ปรับนโยบายตาม NIST ฉบับปี 2025 คือกำหนดความยาวขั้นต่ำ เลิกบังคับผสมอักขระ เลิกบังคับเปลี่ยนตามรอบ และตรวจรหัสผ่านใหม่กับรายการรหัสที่เคยรั่วหรือใช้บ่อย [2][5] บังคับลงทะเบียน MFA โดยเลือกแบบทนฟิชชิงหรือเปิด number matching และล็อกบัญชีที่ไม่ใช้งาน [8][10] ถ้ายังมีกฎบังคับเปลี่ยนทุก 90 วันจากข้อกำหนดเฉพาะ ให้ทำตามไปก่อนและเสนอทบทวนพร้อมอ้างอิงมาตรฐาน [2]
บัญชีมือถือและซิม การยึดบัญชีจำนวนมากเริ่มจากเบอร์โทร FBI รับแจ้งการหลอกย้ายซิม 982 เรื่องในปี 2024 เสียหายเกือบ 26 ล้านดอลลาร์ [22] ตั้ง PIN กับค่ายมือถือ ย้าย MFA ของบัญชีสำคัญไปแบบแอปหรือพาสคีย์ และถ้าสัญญาณหายกะทันหัน ให้ถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน [12]
ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
- SMS OTP ยังควรใช้ไหม CISA บอกว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายแต่ดีกว่าไม่มี NIST จัดการส่งรหัสทางโทรศัพท์เป็นสถานะ "จำกัดการใช้" ส่วน NCSC ยังนับ SMS เป็นการยืนยันสองขั้นที่ยอมรับได้สำหรับประชาชน บทนี้สรุปว่า "มีดีกว่าไม่มี แต่ย้ายไปแอปหรือพาสคีย์เมื่อทำได้" [9][2][7]
- ความยาวขั้นต่ำ NIST บอก 15 ตัว Microsoft บอก 14 ตัว NCSC บอก "สามคำสุ่ม" โดยไม่ระบุตัวเลข ไม่ขัดกันในหลักการ บทนี้ใช้ 15 ตัวเพราะเป็นมาตรฐานล่าสุด [2][8][4]
- การบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามรอบ NIST เปลี่ยนจาก "ไม่ควร" ในปี 2017 เป็น "ห้าม" ในปี 2025 แต่กรอบกำกับดูแลบางแห่งอาจยังบังคับอยู่ ให้ตรวจนโยบายองค์กรหรือกฎหมายเฉพาะของคุณ [2][3][5][8]
- คำว่า "พาสคีย์" ไม่ปรากฏในเอกสาร NIST ซึ่งใช้คำว่า syncable authenticator บทนี้ใช้คำว่าพาสคีย์ตาม FIDO Alliance เพื่อให้ตรงกับที่ผู้อ่านเห็นในแอป [2][14]
- ตัวเลข "MFA กันได้ 99%" ที่มักถูกอ้าง ไม่พบในหน้า CISA ที่เปิดได้ บทนี้จึงไม่ใช้ [11]
5 จำให้ได้
ทำได้วันนี้
ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น
ประโยคจำง่าย
รหัสยาวจำง่าย ดีกว่ารหัสสั้นแต่ยาก
หนึ่งบัญชี หนึ่งรหัส ไม่ซ้ำใคร
รหัสที่เข้าเครื่องเรา ไม่มีใครควรขอ
คำศัพท์ในบทนี้
- วลีรหัสผ่านแบบสามคำสุ่ม (passphrase)
- รหัสผ่านที่สร้างจากคำสามคำที่ไม่เกี่ยวกัน ยาวพอ แปลกพอ และจำได้ เป็นวิธีที่ NCSC แนะนำประชาชน ส่วนการแทนตัวอักษรด้วยตัวเลขอย่าง o เป็น 0 ไม่ช่วยเพราะคนร้ายรู้ทริกนี้ [4]
- ตัวจัดการรหัสผ่าน (password manager)
- แอปที่สร้างและจำรหัสผ่านสุ่มที่ไม่ซ้ำกันให้ทุกบัญชี และกรอกให้เฉพาะเว็บที่ถูกต้อง จึงช่วยกันฟิชชิงไปในตัว ควรเปิดการยืนยันสองขั้นที่ตัวแอปด้วย [6]
- การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA)
- การล็อกอินที่ต้องใช้มากกว่ารหัสผ่าน เช่น รหัสจากแอป การแจ้งเตือนให้กดยืนยัน หรือกุญแจความปลอดภัย CISA จัดแบบ FIDO ทนฟิชชิงที่สุด และ SMS อ่อนที่สุด [9]
- พาสคีย์ (passkey)
- วิธีล็อกอินแบบไม่มีรหัสผ่าน ใช้คู่กุญแจที่ผูกกับเว็บที่สร้าง และปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือ PIN ของเครื่อง เซิร์ฟเวอร์ไม่มีรหัสให้ขโมย และหน้าเว็บปลอมใช้ไม่ได้ [14][15]
- การกดยืนยัน MFA รัว ๆ (push bombing)
- คนร้ายที่มีรหัสผ่านแล้วกดล็อกอินซ้ำ ๆ ให้การแจ้งเตือนเด้งจนคุณรำคาญและกดยอมรับ แก้ด้วย number matching ที่ต้องพิมพ์ตัวเลขจากหน้าจอล็อกอิน [10]
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานล่าสุด 28 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง
- NIST SP 800-63B-4 full text (HTML)
- NIST SP 800-63B-3 full text (2017, errata 2020)
- Three random words
- Password administration for system owners: Updating your approach
- Password managers: how they help you secure passwords
- Activate 2-step verification on your email
- Password policy recommendations for Microsoft 365
- Implementing Phishing-Resistant MFA (fact sheet)
- Implementing Number Matching in MFA Applications (fact sheet)
- More than a Password (MFA)
- PSA: Criminals Increasing SIM Swap Schemes (I-020822-PSA)
- From cookie theft to BEC: Attackers use AiTM phishing sites as entry point to further financial fraud
- Passkeys
- Sign in with a passkey instead of a password
- Have I Been Pwned (homepage + About)
- Pwned Passwords
- Set up a recovery phone number or email address
- เอกสารแจ้งเตือนมัลแวร์ Infostealer Malware ใช้ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานที่ถูกขโมยเพื่อนำไปสู่การสวมรอยตัวตน
- ข่าว ธปท. ฉบับที่ 10/2566 มาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน
- FBI Internet Crime Report 2024
ข้อกำหนดรหัสผ่านและ MFA อ่านจาก NIST SP 800-63B-4 ฉบับจริงและสอดคล้องกับ NCSC Microsoft และ CISA ส่วนคำแนะนำภาษาไทยสำหรับประชาชนโดยตรงยังมีน้อย จึงอ้างมาตรการ ธปท. และ ThaiCERT ประกอบ
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา