ที่ทำงาน · กลาง · ประมาณ 9 นาที
ให้แค่จำเป็น ถามได้ว่าเก็บทำไม
กฎหมาย PDPA ให้สิทธิคุณถามว่าเก็บทำไม ขอดู ขอลบ และร้องเรียนได้ ส่วนองค์กรที่ทำข้อมูลรั่วต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมง
สรุปสั้น
สรุปใน 3 บรรทัด
- ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ระบุตัวคุณได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม กฎหมายกำหนดให้องค์กรเก็บเท่าที่จำเป็น บอกวัตถุประสงค์ และขอความยินยอมที่ชัดแจ้ง แยกจากเงื่อนไขอื่น และถอนได้ง่าย [1]
- คุณมีสิทธิขอดูสำเนาข้อมูล ขอแก้ ขอลบ คัดค้าน ถอนความยินยอม และร้องเรียน สคส. ได้ หากองค์กรไม่ทำตาม [1][5]
- องค์กรที่ทำข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และแจ้งเจ้าของข้อมูลถ้าเสี่ยงสูง คดีปรับครั้งแรกในไทยตามรายงานข่าวรวม 7 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะแจ้งช้า [2][7]
ทำสิ่งนี้ตอนนี้
- ครั้งหน้าที่ต้องให้สำเนาบัตรประชาชน ถ่ายเฉพาะด้านหน้า ขีดเส้นคู่ขนานสองเส้นไม่ทับใบหน้า เขียนว่า "ใช้สำหรับ…เท่านั้น" ใส่วันที่ และเซ็นชื่อ [9][10]
- บันทึกช่องทาง สคส. ไว้ complaint.pdpc.or.th และโทร 02 111 8800 เผื่อวันที่ต้องใช้สิทธิ [5]
- ตั้งบัญชีโซเชียลเป็นส่วนตัว และลบรูปบัตร สลิป หรือเอกสารที่เคยโพสต์ไว้ เพราะคนร้ายใช้ข้อมูลพวกนี้สร้างโปรไฟล์ปลอม [12]
1 ลองคิด
ร้านขอถ่ายรูปบัตรประชาชนของคุณทั้งสองด้าน "เพื่อยืนยันอายุ" ก่อนขายสินค้า คุณต้องยอมไหม และถ้ารูปนั้นหลุดไปถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใครรับผิดชอบ
แค่ดูบัตรแล้วคืนก็ยืนยันอายุได้ การถ่ายเก็บทั้งสองด้านเกินความจำเป็น และองค์กรที่เก็บข้อมูลคุณคือผู้ที่ต้องดูแลและแจ้งเหตุเมื่อรั่ว
ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ
2 ดูสัญญาณ
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่เรียกกันว่า PDPA ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 พฤษภาคม 2562 นิยาม "ข้อมูลส่วนบุคคล" ว่าคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวคุณได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งแต่ชื่อ เลขบัตร เบอร์โทร ไปจนถึงข้อมูลอ่อนไหวอย่างศาสนา สุขภาพ และใบหน้า [1] หัวใจของกฎหมายคือ องค์กรที่เก็บข้อมูลคุณต้องมีเหตุผลที่กฎหมายรับรอง เก็บเท่าที่จำเป็น บอกคุณว่าเก็บเพื่ออะไรและนานแค่ไหน และถ้าต้องขอความยินยอม ความยินยอมนั้นต้องชัดแจ้ง แยกจากเงื่อนไขอื่น และถอนได้ง่ายเท่าตอนให้ [1]
ในชีวิตจริง ข้อมูลของเรารั่วจากสองทาง ทางแรกคือเราให้มากเกินไป ร้านขอถ่ายบัตรทั้งสองด้านเพื่อยืนยันอายุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ สคส. ชี้ว่าแค่ดูแล้วคืนก็พอ และความยินยอมต้องไม่เป็นเงื่อนไขของการรับบริการ [11] สำเนาบัตรที่ไม่ขีดคร่อมคือเอกสารที่ใครก็เอาไปใช้ซ้ำได้ [9][10] ทางที่สองคือองค์กรเก็บไม่ดี คดีปรับครั้งแรกของ สคส. เมื่อ 31 กรกฎาคม 2567 ตามรายงานข่าว บริษัทขายคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งถูกปรับรวม 7 ล้านบาท เพราะไม่มี DPO มาตรการความปลอดภัยไม่เพียงพอ และไม่แจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมง ข้อมูลลูกค้ารั่วไปถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ [7]
ลองนึกภาพว่าคุณฝากกุญแจบ้านไว้กับร้านสิบร้าน แต่ละร้านทำสำเนากุญแจเก็บไว้โดยไม่ล็อกลิ้นชัก วันหนึ่งโจรได้กุญแจจากร้านใดร้านหนึ่ง แล้วมาเปิดบ้านคุณ คุณคือคนเสียหาย ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารั่วจากร้านไหน กฎหมายนี้มีไว้เพื่อบังคับให้ทุกร้านล็อกลิ้นชัก และบอกคุณทันทีเมื่อกุญแจหาย
ถึงสิงหาคม 2568 สคส. แถลงผ่านสื่อว่าสั่งปรับไปแล้วรวมกว่า 21.5 ล้านบาทใน 6 คดี ทั้งหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และผู้ค้าออนไลน์ [8] กฎหมายนี้ถูกใช้จริง และหน้าที่ของคนที่แตะข้อมูลลูกค้าก็เป็นเรื่องจริง
เส้นทางการหลอก ทีละขั้น
-
สำเนาที่ถ่ายทั้งสองด้าน ไม่ขีดเส้น ไม่เขียนว่าใช้ทำอะไร คือเอกสารที่ใครหยิบไปใช้สมัครอะไรแทนคุณก็ได้ ด้านหลังบัตรมีรหัสกำกับที่ไม่ควรให้ใคร [9][10]
หยุดได้ตรงนี้: ถ่ายเฉพาะด้านหน้า ขีดเส้นคู่ขนานสองเส้นไม่ทับใบหน้า เขียน "ใช้สำหรับ…เท่านั้น" ใส่วันที่ และเซ็นชื่อ ใช้เวลาหนึ่งนาที และทำให้สำเนานั้นใช้ซ้ำที่อื่นไม่ได้
ใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวา หรือกดแต่ละขั้นเพื่อดูรายละเอียด
สัญญาณเตือน
- ถูกขอข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา สุขภาพ หรือลายนิ้วมือ โดยไม่อธิบายว่าเก็บเพื่ออะไร [1]
- ฟอร์มที่รวมช่อง "ยินยอม" ไว้กับเงื่อนไขการใช้บริการ หรือติ๊กยินยอมไว้ให้ล่วงหน้า [1]
- ไม่มีประกาศความเป็นส่วนตัว ไม่บอกระยะเวลาเก็บ และไม่มีช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล [1][11]
- ขอถ่ายด้านหลังบัตรประชาชน หรือขอสำเนาบัตรเพื่อเรื่องที่แค่ดูบัตรก็พอ [9][11]
- ได้รับสายจากคนที่รู้รายการซื้อหรือข้อมูลของคุณแม่นผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าข้อมูลรั่วจากที่ใดที่หนึ่ง [7]
- ที่ทำงาน มีการขอส่งไฟล์ลูกค้าออกไปอีเมลหรือแชทส่วนตัว "เผื่อไว้"
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือการขอข้อมูลที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่คุณกำลังทำ ซื้อกาแฟไม่ต้องใช้เลขบัตร สมัครรับข่าวสารไม่ต้องใช้วันเกิด
ของจริง หรือของปลอม
อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
ประกาศความเป็นส่วนตัวตอนสมัครสมาชิกร้านค้า
ร้านค้าออนไลน์ (บริษัทสมมติ) เก็บชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรของคุณเพื่อจัดส่งสินค้าและแจ้งสถานะคำสั่งซื้อ เก็บไว้ 2 ปีนับจากคำสั่งซื้อล่าสุด ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลได้ที่ dpo@shop.example [ ] ยินยอมรับข่าวสารโปรโมชัน (ไม่บังคับ ถอนได้ทุกเมื่อ)
ของจริง (หรือทำแบบนี้ได้)
ข้อความ "ยืนยันตัวตนตามกฎหมาย PDPA"
ตามกฎหมาย PDPA ฉบับใหม่ ลูกค้าทุกท่านต้องยืนยันตัวตนภายใน 24 ชม. กรุณาอัปโหลดรูปบัตรประชาชนด้านหน้า-ด้านหลัง และรูปถ่ายใบหน้า ที่ pdpa-verify.example มิฉะนั้นบัญชีของท่านจะถูกระงับ
สายที่รู้ว่าคุณเพิ่งซื้ออะไร
สวัสดีค่ะ คุณสมหญิง ที่สั่งโน้ตบุ๊กรุ่น A-15 เมื่อวันที่ 12 ใช่ไหมคะ พัสดุติดตรวจสอบ ต้องยืนยันเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และชำระค่าธรรมเนียม 350 บาทผ่านลิงก์ที่จะส่งให้ ไม่งั้นของจะถูกส่งคืนภายในวันนี้ค่ะ
3 ลองเลือก
สถานการณ์จำลอง หัวหน้าขอไฟล์ลูกค้าทั้งหมด
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
คุณเป็นพนักงานที่เข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัทได้ ลองเลือกว่าจะทำอย่างไรในแต่ละขั้น ชื่อ บริษัท และตัวเลขในสถานการณ์นี้เป็นเรื่องสมมติ
แชทจาก "พี่ฝ่ายการตลาด"
แชทเข้า
ลองตอบ
4 วิธีรับมือ
วิธีป้องกัน
ให้เท่าที่จำเป็น และถามก่อนให้ กฎหมายกำหนดให้องค์กรเก็บเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ และต้องแจ้งคุณว่าเก็บเพื่ออะไร นานแค่ไหน และใครได้รับ (มาตรา 22 และ 23) [1] คุณจึงถามสามคำถามนี้ได้เสมอ ถ้าตอบไม่ได้ ให้สงสัยไว้ก่อน และจำว่าความยินยอมต้องไม่เป็นเงื่อนไขของการรับบริการ [11][1]
สำเนาบัตรต้องขีดคร่อมทุกครั้ง ถ่ายเฉพาะด้านหน้า เพราะด้านหลังมีรหัสกำกับบัตร ขีดเส้นคู่ขนานสองเส้นไม่ทับใบหน้า เขียนวัตถุประสงค์ลงท้ายด้วย "เท่านั้น" เช่น "ใช้สำหรับสมัครงานบริษัท ก เท่านั้น" ใส่วันที่ เขียน "สำเนาถูกต้อง" และเซ็นชื่อ [9][10] แนวทางนี้มาจากกรมการปกครองและ สคบ. ไม่ใช่ข้อบังคับในกฎหมายโดยตรง แต่เป็นวิธีที่ทำให้สำเนาใช้ซ้ำที่อื่นไม่ได้
ใช้สิทธิของคุณ คุณมีสิทธิขอสำเนาข้อมูล ซึ่งองค์กรต้องดำเนินการภายใน 30 วัน ขอแก้ไข ขอลบ ขอระงับ คัดค้านการตลาดแบบตรง และถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ [1] ถ้าองค์กรไม่ทำตาม ร้องเรียน สคส. ได้ที่ complaint.pdpc.or.th หรือโทร 02 111 8800 [5]
ลดสิ่งที่คุณเปิดเผยเอง FBI แนะนำให้จำกัดภาพและเสียงที่โพสต์สาธารณะ และตั้งบัญชีเป็นส่วนตัว เพราะคนร้ายใช้สร้างโปรไฟล์ปลอมและเลียนแบบเสียง [12] CISA แนะนำให้ลดข้อมูลส่วนตัวที่เก็บในแอป [13]
สำหรับพนักงาน เข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่หน้าที่กำหนด ไม่ส่งไฟล์ลูกค้าออกนอกระบบ และไม่เปิดเผยข้อมูลที่ล่วงรู้จากการทำงาน ซึ่งมีโทษอาญา (มาตรา 80) [1] รู้ว่า DPO คือใครและต้องแจ้งใครทันทีเมื่อสงสัยว่าข้อมูลรั่ว เพราะนาฬิกา 72 ชั่วโมงเริ่มนับตั้งแต่องค์กรทราบเหตุ [2]
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน
- ข้อมูลถูกใช้โดยไม่ยินยอม ติดต่อองค์กรนั้นเพื่อใช้สิทธิขอลบ ระงับ หรือคัดค้าน ถ้าไม่ดำเนินการ ร้องเรียน สคส. ที่ complaint.pdpc.or.th หรือ 02 111 8800 และขอคำปรึกษาได้ที่ consult.pdpc.or.th [1][5]
- ถูกนำข้อมูลไปหลอกจนเสียเงิน ติดต่อธนาคารทันที โทร 1441 และแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th ซึ่งเป็นช่องทางทางการเพียงสองช่องทาง [14]
- องค์กรพบว่าข้อมูลรั่ว ประเมินความเสี่ยง แล้วแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมลักษณะเหตุ จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ชื่อ DPO ผลกระทบ และมาตรการแก้ไข ถ้าเสี่ยงสูงต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยา แจ้งล่าช้าได้เฉพาะมีเหตุจำเป็นและไม่เกิน 15 วัน [2]
- ต้องการเรียกค่าเสียหาย ฟ้องได้ภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงความเสียหายและตัวผู้รับผิด และศาลอาจสั่งค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกิน 2 เท่า [1]
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ให้สำเนาบัตรเปล่า ๆ เพราะเกรงใจ สำเนาที่ไม่ขีดคร่อมและไม่ระบุวัตถุประสงค์ถูกนำไปใช้ซ้ำได้ [9][10]
- ถ่ายด้านหลังบัตรให้ด้วย ด้านหลังมีรหัสกำกับบัตรที่ใช้ยืนยันตัวตนในหลายระบบ [9]
- ติ๊กยินยอมทุกช่องเพราะอยากใช้บริการเร็ว ๆ ความยินยอมด้านการตลาดเป็นเรื่องแยก ไม่ให้ก็ยังใช้บริการได้ [1][11]
- พนักงานส่งไฟล์ลูกค้าเข้าอีเมลส่วนตัว "เพื่อความสะดวก" ไฟล์ที่ออกนอกระบบคือความเสี่ยงที่บริษัทควบคุมไม่ได้ และอาจเข้าข่ายเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ [1]
- องค์กรรอให้ "แน่ใจ" ก่อนแจ้งเหตุ จนเลย 72 ชั่วโมง คดีปรับครั้งแรกเสียค่าปรับ 3 ล้านบาทจากข้อนี้ [7][2]
ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน
ที่บ้าน ขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์บนสำเนาบัตรทุกครั้ง ไม่เก็บสำเนาเปล่าไว้ในมือถือ และช่วยผู้สูงอายุทำแบบเดียวกัน [9][10] สอนลูกหลานว่าข้อความที่อ้างกฎหมายแล้วขอรูปบัตรกับเซลฟี่คือการหลอกเอาข้อมูล และตั้งบัญชีโซเชียลเป็นส่วนตัว [12]
ที่ทำงาน พนักงานที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าคือด่านแรก ใช้ข้อมูลเฉพาะในหน้าที่ ไม่ส่งออกนอกระบบ และไม่เปิดเผยสิ่งที่รู้จากงาน [1] องค์กรต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม มี DPO เมื่อเข้าเกณฑ์ และมีขั้นตอนแจ้งเหตุภายในที่ทำให้ทัน 72 ชั่วโมง ซึ่งคือสามข้อที่คดีปรับครั้งแรกพลาดทั้งหมด [1][2][7] ผู้บริหารควรรู้ว่าโทษทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาทสำหรับข้อมูลอ่อนไหว และกรรมการอาจต้องรับโทษอาญาร่วมด้วย [1]
สำหรับร้านค้าและธุรกิจเล็ก ก่อนขอข้อมูลลูกค้า ถามตัวเองว่าจำเป็นไหม ยืนยันอายุดูบัตรแล้วคืน สมัครสมาชิกขอแค่ชื่อกับเบอร์ และมีประกาศความเป็นส่วนตัวสั้น ๆ [11][1] เก็บน้อยเท่ากับเสี่ยงน้อย
ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
- ตัวเลขค่าปรับและจำนวนคดี มาจากรายงานข่าวที่อ้างคำสั่งและคำแถลงของ สคส. ยังไม่พบเอกสารต้นฉบับบนเว็บ สคส. บทนี้จึงระบุว่า "ตามรายงานข่าว" และไม่ใช้จำนวนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เพราะข่าวระบุว่าไม่มีตัวเลขแน่ชัด [7][8]
- วิธีขีดคร่อมสำเนาบัตร เป็นแนวปฏิบัติจากกรมการปกครอง (2563) และ สคบ. (2568) ไม่ใช่ข้อบังคับใน พ.ร.บ. บางหน่วยงานอาจขอให้เขียนต่างกันเล็กน้อย แต่หลักเดียวกันคือ ด้านหน้าเท่านั้น ขีดคร่อม ระบุวัตถุประสงค์ วันที่ และลายเซ็น [9][10]
- การถ่ายรูปบัตรโดยร้านค้า คำอธิบายในบทนี้มาจากเจ้าหน้าที่ สคส. ที่ให้สัมภาษณ์สื่อ ไม่ใช่แนวปฏิบัติที่ประกาศเป็นทางการ แต่สอดคล้องกับหลักเก็บเท่าที่จำเป็นในมาตรา 22 [11][1]
- วันบังคับใช้เต็มฉบับ กฎหมายประกาศปี 2562 และถูกเลื่อนบังคับใช้บางหมวด บทนี้ไม่ระบุวันบังคับใช้เต็มฉบับ เพราะยังไม่ได้ตรวจกับพระราชกฤษฎีกาต้นฉบับ ส่วนประกาศเรื่องมาตรการความปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลยังไม่ได้ยืนยันต้นฉบับ จึงอ้างเฉพาะมาตรา 37 และประกาศการแจ้งเหตุละเมิดที่ยืนยันแล้ว [1][2][4]
5 จำให้ได้
ทำได้วันนี้
ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น
ประโยคจำง่าย
ถ่ายหน้าเดียว ขีดคร่อม เขียนใช้ทำอะไร
ขอเพื่ออะไร เก็บนานแค่ไหน ใครได้ไป
ข้อมูลรั่ว เจ็ดสิบสองชั่วโมง ต้องแจ้ง
คำศัพท์ในบทนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคล
- ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ เลขบัตร เบอร์โทร แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม (มาตรา 6) [1]
- ข้อมูลอ่อนไหว
- ข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครองเข้มกว่าปกติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลชีวภาพอย่างลายนิ้วมือหรือใบหน้า เก็บไม่ได้เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือเข้าข้อยกเว้น (มาตรา 26) [1]
- ผู้ควบคุมข้อมูล
- องค์กรหรือบุคคลที่ตัดสินใจว่าจะเก็บและใช้ข้อมูลของคุณอย่างไร มีหน้าที่จัดมาตรการความปลอดภัยและแจ้งเหตุเมื่อข้อมูลรั่ว (มาตรา 37) [1][2]
- ความยินยอม
- การตกลงให้เก็บหรือใช้ข้อมูล ซึ่งต้องชัดแจ้ง แยกจากข้อความอื่น อ่านง่าย ไม่หลอกลวง และถอนได้ง่ายเท่าตอนให้ (มาตรา 19) [1]
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO)
- คนในองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและเป็นช่องทางให้คุณติดต่อใช้สิทธิ องค์กรที่ต้องมีแต่ไม่มี อาจถูกปรับทางปกครองได้ [1][7]
- การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- เหตุที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล ถูกแก้ไข หรือเข้าถึงไม่ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกาศปี 2565 นิยามไว้สามแบบ และกำหนดให้แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง [2]
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานล่าสุด 28 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก)
- ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 292 ง)
- Subordinate legislation (รายการกฎหมายลำดับรอง)
- PDPC Home (complaint, consultation, contact)
- ลงดาบ PDPA ครั้งแรก! สคส.สั่งปรับ บ.JIB 7 ล้าน ทำข้อมูลลูกค้าออนไลน์รั่วไหลจำนวนมาก
- สคส. เข้มเดินหน้าบังคับใช้ PDPA สั่งฟันหน่วยงานรัฐ-เอกชนปล่อยข้อมูลปชช.รั่วไหล ปรับแล้วกว่า 21.5 ลบ.
- เมื่อต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. แนะวิธีเซ็นสำเนาถูกต้อง
- ถ่ายรูปข้อมูลบัตรประชาชน ผิด PDPA หรือไม่? เจ้าของมีสิทธิแค่ไหน
- PSA I-120324-PSA: Criminals Use Generative Artificial Intelligence to Facilitate Financial Fraud
- Capacity Enhancement Guide: Mobile Device Cybersecurity Checklist for Consumers
- ตร.เตือนอย่าหลงเชื่อเพจแอบอ้างรับแจ้งความออนไลน์ ย้ำมีเพียง 'สายด่วน 1441-เว็บไซต์'
มาตราในพระราชบัญญัติและประกาศเรื่องการแจ้งเหตุละเมิดอ่านจากสำเนาราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ส่วนตัวเลขค่าปรับและกรณีบังคับใช้มาจากข่าวที่อ้าง สคส. และแนวปฏิบัติสำเนาบัตรมาจากหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่ สคส. โดยตรง
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา