ครอบครัว · เริ่มต้น · ประมาณ 9 นาที
ข่าวไหนเร่งให้แชร์ หยุดเช็กก่อนเสมอ
ข่าวปลอมไม่ได้แค่ทำให้เข้าใจผิด หลายครั้งมันพาไปสู่เพจปลอมและบัญชีรับบริจาคปลอม การเช็ก 1 นาทีช่วยทั้งเงินและความสัมพันธ์ในบ้าน
จำภาพนี้ภาพเดียว
ข่าวไหนเร่งให้แชร์หรือโอน หยุดเช็กต้นทางก่อนเสมอ
- หยุดก่อนแชร์
- ค้นภาพและต้นทาง
- โอนแล้ว โทร 1441
สรุปสั้น
สรุปใน 3 บรรทัด
- ข้อมูลเท็จที่แชร์เพราะหวังดีเรียกว่าข้อมูลผิดพลาด ส่วนข้อมูลเท็จที่ตั้งใจปล่อยเพื่อทำให้เสียหายเรียกว่าข้อมูลบิดเบือน [12]
- ช่วงภัยพิบัติ มิจฉาชีพใช้ภาพเก่าหรือภาพจากข่าว โพสต์คู่กับบัญชีชื่อบุคคลหรือบัญชีม้า เพื่อหลอกรับบริจาค [2][22]
- ก่อนเชื่อหรือแชร์ ให้ดูแหล่งที่มา วันที่ ค้นภาพย้อนหลัง และเช็กกับหน่วยตรวจสอบข่าว เช่น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมหรือ Cofact [9][13][1][17]
ทำสิ่งนี้ตอนนี้
- เพิ่มเพื่อน LINE @antifakenewscenter และ @cofact ไว้ส่งข่าวที่สงสัยให้ตรวจ แล้วชวนพ่อแม่เพิ่มด้วย [1][17]
- ลองค้นภาพย้อนหลังหนึ่งครั้งตอนนี้ กดค้างที่ภาพในมือถือแล้วเลือก Google Lens จะเห็นว่าภาพเคยปรากฏที่ไหนและเมื่อไร [13]
- ตกลงในกลุ่มครอบครัวว่า โพสต์ไหนขอเงินบริจาคให้ถามกันก่อนโอน และบริจาคผ่านหน่วยงานหรือมูลนิธิที่ตรวจสอบได้เท่านั้น [22]
1 ลองคิด
ถ้าญาติในกลุ่ม LINE ครอบครัวส่งภาพบ้านจมน้ำพร้อมเลขบัญชีขอรับบริจาค แล้วพิมพ์ว่า "ช่วยกันแชร์ด่วน" คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องจริง
คำตอบสั้น ๆ คือ ยังไม่ต้องเชื่อและยังไม่ต้องแชร์ ค้นภาพย้อนหลัง หาต้นทาง แล้วบริจาคผ่านองค์กรที่ตรวจสอบได้เท่านั้น
ไม่ต้องตอบใคร แค่ตอบในใจ แล้วอ่านต่อ
2 ดูสัญญาณ
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไร
นักวิจัยของ Council of Europe แบ่งปัญหาข้อมูลเป็น 3 แบบ ตามว่าเท็จไหม และตั้งใจทำร้ายไหม [12] ข้อมูลผิดพลาด (misinformation) คือข้อมูลเท็จที่คนแชร์โดยไม่ได้ตั้งใจทำร้าย ข้อมูลบิดเบือน (disinformation) คือข้อมูลเท็จที่คนปล่อยรู้ตัวและตั้งใจให้เกิดความเสียหาย ส่วน ข้อมูลจริงที่ใช้ทำร้าย (malinformation) คือเรื่องจริง เช่น เรื่องส่วนตัวของใครสักคน ที่ถูกนำออกสู่สาธารณะเพื่อทำร้าย [12] ข่าวเดียวกันจึงเปลี่ยนจากข้อมูลบิดเบือนเป็นข้อมูลผิดพลาดได้ ทันทีที่คนหวังดีกดส่งต่อ
รายงาน Digital News Report 2026 ของ Reuters Institute (สำรวจปี 2569) พบว่าคนไทย 78% ใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข่าว และ 37% แชร์ข่าวผ่านโซเชียล แอปแชต หรืออีเมล [18] CISA ชี้ว่าเนื้อหาที่ปลุกอารมณ์จนกลบการคิดคือเนื้อหาที่แพร่เร็วที่สุด [7] ในกลุ่มแชตปิด ข่าวลือตรวจจับยากเพราะคนนอกมองไม่เห็น [12] และหลายคนเกรงใจ ไม่กล้าแย้งพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ส่งมา [25]
ในไทย หลังแผ่นดินไหว 28 มี.ค. 2568 ข่าวปลอมยอดนิยมของสัปดาห์เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องภัยพิบัติ เช่น เตือนสึนามิปลอม [21] ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเคยพบภาพ "น้ำท่วม" ที่อ้างว่าเป็นวันที่ 28 ต.ค. 2569 แต่เป็นภาพเก่าปี 2568 [2] แล้วเรื่องเงินก็ตามมา มิจฉาชีพนำภาพผู้ประสบภัยมาโพสต์คู่บัญชีส่วนตัวหรือบัญชีม้า [22] บางรายทำบัญชีที่ใช้ชื่อและโลโก้คล้ายสำนักข่าวจริง [14] หรือทำเพจอ้างเป็นตำรวจที่ "ช่วยตามเงินคืน" เพื่อหลอกเหยื่อซ้ำ [3][23] ด้านสุขภาพ WHO เตือนว่าข้อมูลเท็จช่วงโรคระบาดทำให้คนทำสิ่งเสี่ยงต่อสุขภาพได้ [8]
ลองนึกภาพว่าข่าวปลอมคือไฟที่ลามในหมู่บ้าน คนจุดมีไม่กี่คน แต่คนที่ช่วยพัดให้ลามคือเพื่อนบ้านที่หวังดี การหยุดเช็กหนึ่งนาทีก่อนกดส่งต่อ คือการดับไฟในมือเรา
ดูกลโกงทีละขั้น
กดตัวเลขด้านบน ปุ่มลูกศร หรือ "เล่นอัตโนมัติ" หน้าจอทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ
สัญญาณเตือน
- ปลุกอารมณ์แรง ทั้งกลัว โกรธ หรือสงสาร แล้วเร่งให้ "ส่งต่อด่วน" [7]
- ไม่มีแหล่งที่มา ไม่มีชื่อผู้เขียนหรือหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ หรืออ้าง "หมอ" หรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" ที่ค้นแล้วไม่พบตัวตน [7][9]
- ภาพหรือคลิปไม่มีวันที่และสถานที่ หรือวันที่ในข้อความไม่ตรงกับภาพ [2][9]
- ชื่อเพจหรือบัญชีคล้ายสำนักข่าวหรือหน่วยงาน แต่เติมคำต่อท้าย ไม่มีเครื่องหมายยืนยัน เพิ่งสร้าง หรือเว็บใช้โดเมนแปลก [14][7][15]
- พ่วงลิงก์ LINE ID หรือ SMS ให้กด ขอข้อมูลส่วนตัว หรือขอโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินบริจาค ค่าดำเนินการขอเงินคืน หรือเงินลงทุน [3][15][22][24]
- บัญชีรับบริจาคเป็นชื่อบุคคล ไม่ใช่มูลนิธิหรือองค์กร [22]
- ข้อความเดียวกันถูกโพสต์ซ้ำจากหลายบัญชีพร้อมกัน หรือมีคอมเมนต์ชื่นชมซ้ำ ๆ ให้ดูเหมือนกระแสจริง [7][14]
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือข่าวที่ทั้ง เร่งให้แชร์ และ ขอให้โอนเงิน ในโพสต์เดียวกัน
ของจริง หรือของปลอม
อ่านตัวอย่างแล้วตัดสินใจก่อน จากนั้นกดเปิดเฉลย จุดที่ควรสังเกตจะมีหมุดตัวเลขชี้ให้ดู
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
ข้อความลูกโซ่เรื่องสุขภาพในกลุ่มครอบครัว
ปลอม
โพสต์ขอรับบริจาคช่วงน้ำท่วม
รวมใจช่วยน้ำท่วมคลองเจ็ดสมมติ (เพจสร้างเมื่อ 3 วันก่อน)
วันนี้น้ำท่วมหนักมาก ชาวบ้านติดอยู่บนหลังคา ใครช่วยได้โอนด่วนที่บัญชี นายสมมติ ช่วยเหลือ 0x-xxx-xxxx หรือกดลิงก์บริจาค https://help-klong7.example/donate
ปลอม
รวมใจช่วยน้ำท่วมคลองเจ็ดสมมติ (เพจสร้างเมื่อ 3 วันก่อน)
วันนี้น้ำท่วมหนักมาก ชาวบ้านติดอยู่บนหลังคา ใครช่วยได้โอนด่วนที่บัญชี นายสมมติ ช่วยเหลือ 0x-xxx-xxxx หรือกดลิงก์บริจาค https://help-klong7.example/donate
ประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่
สำนักงานบรรเทาภัยจังหวัดสมมติ (บัญชีรับรองแล้ว)
29 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ประกาศเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณตำบลสมมติ ระหว่าง 29–31 ต.ค. 2569 ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ สอบถามโทร 0x-xxx-xxxx (สายหน่วยงาน) ไม่มีการเรี่ยไรเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางนี้
ของจริง (หรือทำแบบนี้ได้)
สำนักงานบรรเทาภัยจังหวัดสมมติ (บัญชีรับรองแล้ว)
29 ต.ค. 2569 เวลา 08.00 น. ประกาศเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณตำบลสมมติ ระหว่าง 29–31 ต.ค. 2569 ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ สอบถามโทร 0x-xxx-xxxx (สายหน่วยงาน) ไม่มีการเรี่ยไรเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางนี้
3 ลองเลือก
สถานการณ์จำลอง ข่าวน้ำท่วมในกลุ่ม LINE ครอบครัว
ตัวอย่างเพื่อการศึกษา — ชื่อบุคคล หน่วยงาน เบอร์ และโดเมนในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ
คุณอยู่ในกลุ่ม LINE ครอบครัว ป้าแดงที่คุณเคารพส่งโพสต์ข่าวน้ำท่วมมา เลือกสิ่งที่คุณจะทำจริง ๆ ชื่อ เพจ และเลขบัญชีทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ
กลุ่ม LINE "บ้านเรา" ข้อความจากป้าแดง
แชทเข้า
ลองตอบ
4 วิธีรับมือ
วิธีป้องกัน
หยุดก่อนแชร์ ถ้าข่าวทำให้รู้สึกรุนแรง ให้ชะลอแล้วตรวจก่อน CISA เรียกหลักนี้ว่า "คิดก่อนกดลิงก์" [7]
ตรวจตาม 7 ขั้นของ WHO ดูแหล่งที่มา อ่านให้เกินพาดหัว ตรวจว่าผู้เขียนมีตัวตน ดูวันที่ ดูหลักฐานประกอบ ถามตัวเองว่าอยากเชื่อเพราะตรงกับที่คิดไว้หรือเปล่า และพึ่งหน่วยตรวจสอบข่าว [9] ที่สำคัญคือดูว่าหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงประกาศเรื่องนี้บนช่องทางทางการของตัวเองหรือไม่ [14]
ค้นภาพย้อนหลัง บนมือถือให้กดค้างที่ภาพแล้วเลือก Google Lens หรือใช้ TinEye ผลลัพธ์จะบอกว่าภาพเคยปรากฏที่ไหนและเมื่อไร [13] ภาพที่สร้างด้วย AI อาจแยกด้วยตาไม่ออก ให้หาต้นฉบับมาเทียบ [7][15]
ถามหน่วยตรวจสอบข่าว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (antifakenewscenter.com, LINE @antifakenewscenter) ติดป้ายผลตรวจเป็น "ข่าวจริง" "ข่าวปลอม" หรือ "ข่าวบิดเบือน" [1][4] และมี Cofact (cofact.org, LINE @cofact) [17] อย่าใช้ยอดแชร์ตัดสิน ผลสำรวจของ UNESCO (ส.ค.–ก.ย. 2567, นักสร้างคอนเทนต์ 500 คนใน 45 ประเทศ) พบว่า 62% ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบก่อนแชร์ และ 42% ใช้ยอดไลก์และยอดแชร์วัดความน่าเชื่อถือ [11]
ก่อนบริจาค บริจาคผ่านหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ หรือองค์กรที่จดทะเบียน ตรวจว่าบัญชีเป็นชื่อนิติบุคคล และไม่โอนตามโพสต์ที่แชร์ต่อกันมา [22]
แก้ข่าวให้คนในบ้านแบบไม่เสียหน้า คุยเป็นการส่วนตัวและให้เกียรติ [7] สร้างวัฒนธรรม "แก้ไขกันได้โดยไม่โกรธกัน" [25] และแนบลิงก์ผลตรวจแทนการเถียงด้วยความเห็น [1][17] เช่น "ป้าคะ หนูค้นภาพนี้แล้วเจอว่าเป็นภาพเก่า ส่งผลให้ดูนะคะ"
กฎหมายที่ควรรู้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ [5] ข้อ (1) เอาผิดผู้ที่ "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง" นำข้อมูลบิดเบือน ปลอม หรือเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ข้อ (2) รวมถึงข้อมูลเท็จที่ "ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน" ส่วนข้อ (5) เอาผิดผู้เผยแพร่หรือส่งต่อ "โดยรู้อยู่แล้ว" [5] คนที่เผลอแชร์จึงไม่ได้ผิดทุกกรณี แต่เมื่อรู้แล้วห้ามส่งต่ออีก ตำรวจเตือนว่าการเผยแพร่ภาพน้ำท่วมเก่าที่ทำให้ตื่นตระหนกอาจผิดข้อ (2) และการหลอกเรี่ยไรอาจผิดฐานฉ้อโกงประชาชน [22] ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การตัดสินเป็นเรื่องของศาล
ถ้าพลาดไปแล้ว ทำอะไรก่อน
- ถ้าแชร์ข่าวปลอมไปแล้ว ลบโพสต์หรือยกเลิกข้อความ แล้วโพสต์แก้ในกลุ่มเดิมพร้อมลิงก์ผลตรวจ [1][25] เมื่อรู้แล้วว่าเท็จ อย่าส่งต่ออีก [5]
- ถ้ายังไม่แน่ใจ ส่งข่าวให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมหรือ Cofact ตรวจ แล้วแจ้งผลในกลุ่ม [1][17]
- ถ้าโอนเงินหรือให้ข้อมูลไปแล้ว หยุดติดต่อเพจนั้น และเก็บหลักฐาน ทั้งภาพหน้าจอ ลิงก์ เลขบัญชี และสลิป [3][22]
- แจ้งธนาคาร และโทร 1441 (ศูนย์ AOC) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชีปลายทาง แล้วแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th [22][3] อย่าทักเพจที่อ้างว่าช่วยตามเงินคืน [3][23]
- แจ้งเพจรับบริจาคที่น่าสงสัย ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 และกดรายงานโพสต์ในแพลตฟอร์ม [22][15]
- ถ้ากดลิงก์ ติดตั้งแอป หรือกรอกรหัสไปแล้ว ขอคำแนะนำที่ 1212 ETDA (โทร 1212 หรือ LINE @1212etda) และเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ [6][24]
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เชื่อเพราะคนแชร์เยอะ ยอดไลก์และยอดแชร์ไม่ใช่หลักฐานว่าจริง [11]
- เชื่อเพราะชื่อและโลโก้เหมือนสำนักข่าว บัญชีปลอมใช้ชื่อคล้ายของจริงแล้วเติมคำต่อท้าย [14]
- คิดว่าภาพจริงแปลว่าข่าวจริง ภาพอาจจริง แต่เป็นเหตุการณ์ปีก่อนที่ถูกใช้ผิดบริบท [2][9]
- แก้ข่าวด้วยการประจานในกลุ่ม อีกฝ่ายเสียหน้าและไม่ยอมรับ ควรคุยส่วนตัวและแนบหลักฐาน [7][25]
- คิดว่าแชร์ทุกครั้งคือติดคุก หรือคิดว่าส่งต่อไม่ผิดเลย กฎหมายเอาผิดการส่งต่อ "โดยรู้อยู่แล้ว" ทั้งสองความเชื่อจึงไม่ตรงตัวบท [5][1]
ใช้ในชีวิตจริงและที่ทำงาน
ที่บ้าน ตั้งกติกาในกลุ่มครอบครัวว่า ข่าวด่วนที่ขอเงินหรือขอข้อมูล ให้ถามกันก่อนโอน ช่วยพ่อแม่เพิ่มเพื่อน LINE ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและ Cofact ไว้ส่งข่าวไปถามเอง [1][17] เมื่อพ่อแม่ส่งข่าวปลอมมา ให้ขอบคุณที่หวังดีก่อน แล้วค่อยส่งผลตรวจเป็นการส่วนตัว [7]
ที่ทำงาน ข่าวลือเรื่องโรคระบาด ภัยพิบัติ หรือประกาศปลอมขององค์กร ก็ส่งต่อกันในกลุ่มแชตที่ทำงาน ตกลงว่าประกาศจริงมาจากช่องทางทางการเท่านั้น และคอยดูบัญชีที่ปลอมชื่อหรือโลโก้องค์กร เพราะการสร้างตัวตนปลอมเป็นกลยุทธ์ที่พบบ่อย [7]
ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เคยมีบัญชีปลอมเป็นสำนักข่าว ทำคลิปว่าคนดังเสียชีวิตหรือถูกจับ แล้วใส่ LINE ID ที่พาไปเว็บพนัน [14] สอนกันว่าคลิปข่าวที่พ่วงลิงก์หรือ LINE ID คือสัญญาณเตือน และลองฝึกค้นภาพย้อนหลังในห้องเรียน [13]
ถ้าแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
- ถ้อยคำมาตรา 14 บทนี้ยืนยันถ้อยคำผ่านเอกสารเปรียบเทียบของ DGA เพราะเปิดไฟล์ราชกิจจานุเบกษาไม่ได้ ถ้าต้องอ้างอิงทางการ ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 10 ก อีกครั้ง [5]
- "แชร์ข่าวปลอมมีความผิด" จริงแค่ไหน หัวข้อข่าวของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมอาจทำให้เข้าใจว่าแชร์ทุกกรณีผิด แต่ตัวบทใช้คำว่า "โดยรู้อยู่แล้ว" และ "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง" [1][5] ให้ยึดเงื่อนไขในตัวบท
- ตัวเลขของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดีอีแถลงผ่านไทยรัฐ (ก.พ. 2569) ว่าการแจ้งเตือนข่าวปลอมเข้าถึงคนรวมกว่า 864 ล้านครั้ง [20] ตัวเลขนี้วัด "การเข้าถึงคำเตือน" ไม่ใช่จำนวนข่าวปลอม เช่นเดียวกับตัวเลข "ข้อความที่ต้องตรวจสอบ" รายสัปดาห์หรือรายวัน [21][23]
- สายด่วน 1111 ข่าวหนึ่งระบุ "1111 กด 87" อีกข่าวระบุแค่ "1111" [23][24] ใช้ LINE @antifakenewscenter แทนได้
- นิยาม หน้านิยามเดิมของ CISA เปิดไม่ได้แล้ว บทนี้จึงใช้นิยามของ Council of Europe จากเอกสารต้นฉบับ [12][7]
5 จำให้ได้
ทำได้วันนี้
ติ๊กแล้วจำไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น
ประโยคจำง่าย
เร่งให้แชร์ เร่งให้โอน ยิ่งต้องหยุดเช็ก
ภาพสะเทือนใจ ค้นย้อนหลังก่อนเชื่อ
บริจาคผ่านองค์กร ไม่ใช่บัญชีชื่อคน
คำศัพท์ในบทนี้
- ข้อมูลผิดพลาด (misinformation)
- ข้อมูลเท็จที่ถูกแชร์โดยคนที่ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร เช่น ญาติที่ส่งต่อเพราะเชื่อว่าจริงและหวังดี [12]
- ข้อมูลบิดเบือน (disinformation)
- ข้อมูลเท็จที่คนปล่อยรู้ว่าเท็จ และตั้งใจเผยแพร่เพื่อทำให้เกิดความเสียหาย [12]
- ข้อมูลจริงที่ใช้ทำร้าย (malinformation)
- ข้อมูลที่เป็นเรื่องจริง แต่ถูกนำมาใช้เพื่อทำร้าย เช่น นำเรื่องส่วนตัวของใครสักคนออกสู่สาธารณะ [12]
- เนื้อหาแอบอ้าง (imposter content)
- เนื้อหาที่ปลอมตัวเป็นแหล่งทางการ ใช้ชื่อ โลโก้ หรือภาพของสำนักข่าว หน่วยงาน หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือโดยไม่ได้รับอนุญาต [12][14]
- ค้นภาพย้อนหลัง (reverse image search)
- การนำภาพไปค้นด้วยเครื่องมือ เช่น Google Lens หรือ TinEye เพื่อดูว่าภาพนี้เคยปรากฏที่ไหนและเมื่อไร [13]
- ข้อมูลท่วมช่วงโรคระบาด (infodemic)
- ข้อมูลที่มากเกินไปช่วงโรคระบาด รวมถึงข้อมูลเท็จ ซึ่งทำให้คนสับสน ทำสิ่งเสี่ยงต่อสุขภาพ และไม่ไว้ใจหน่วยงานสาธารณสุข [8]
แหล่งอ้างอิง
ตรวจทานล่าสุด 29 ต.ค. 2569 · ระดับความมั่นใจของเนื้อหา: สูง
- AFNC ย้ำเตือน หยุดคิดก่อนคลิก! สร้างหรือแชร์ข่าวปลอม มีความผิดตามกฎหมาย เสี่ยงจำคุกและปรับ
- ภาพเหตุการณ์ น้ำท่วมอำเภอจะนะ (28 ต.ค. 69) เส้นทางสัญจรไม่ได้
- เพจ นตอ.หน่วยติดตามทรัพย์สินออนไลน์ ช่องทางใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ข่าวปลอม)
- หน้าแรกศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (ป้ายข่าวจริง/ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน และรายการข่าวล่าสุด)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560: ที่มาและสาระสำคัญ (เปรียบเทียบ 2550/2560)
- เกี่ยวกับ 1212 ETDA (Online Fraud and Complaint Center)
- Tactics of Disinformation
- Infodemic (health topic)
- Let's flatten the infodemic curve
- 2/3 of digital content creators do not check their facts before sharing, but want to learn how to do so: UNESCO survey
- Information Disorder: Toward an interdisciplinary framework for research and policy making (DGI(2017)09)
- แชร์เก็บไว้ วิธีตรวจสอบภาพ จริง-ปลอม ?
- ตรวจสอบพบ: มิจฉาชีพแอบอ้างโลโก้ "Thai PBS" ทำช่องข่าวปลอม เพื่อลวงคนเข้าเว็บพนัน
- โฆษณา Facebook ใช้บทสัมภาษณ์ปลอมจาก AI ลวงลงทุน (เว็บเลียนแบบหนังสือพิมพ์)
- Cofact — พื้นที่เปิดให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง
- Digital News Report 2026: Thailand
- ดีอีเข้มภารกิจศูนย์เฟกนิวส์ แจ้งเตือนข่าวปลอมแล้ว 864 ล้านครั้ง
- เปิด 10 อันดับข่าวปลอมว่อนเน็ตรอบสัปดาห์! "สัญญาณเตือนสึนามิ" ดีอีเตือนอย่าหลงเชื่อ!!
- ตร.แนะ 'เช็กก่อนเชื่อ-ชัวร์ก่อนโอน!' ระวังตกเป็นเหยื่อข่าวปลอมและแก๊งหลอกเรี่ยไร ช่วยน้ำท่วมทิพย์
- ดีอี เตือน เพจปลอม มิจฉาชีพแอบอ้าง 'ตร.' เปิดให้ผู้เสียหายโดนโกง ยื่นขอสิทธิรับเงินคืน
- Earthquake Scam Alert: Thieves Exploit Tremors with Fake SMS Links
- รับบทเป็นนักสืบไซเบอร์ เมื่อคนใกล้ตัวตกเป็นเหยื่อข่าวลวง
นิยามและวิธีตรวจสอบมาจากเอกสารต้นฉบับของ Council of Europe, CISA และ WHO ส่วนถ้อยคำกฎหมายยืนยันผ่านเอกสารเปรียบเทียบของ DGA ไม่ใช่ราชกิจจานุเบกษาโดยตรง และสถิติของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมาจากคำแถลงผ่านสื่อ จึงย้ายไปไว้ในหัวข้อแหล่งข้อมูลเห็นต่าง
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะบุคคล ตัวอย่างข้อความ ชื่อบุคคล หน่วยงาน และโดเมนในแบบฝึกเป็นชื่อสมมติ · เนื้อหาตรวจทานตามนโยบายเนื้อหา